Page 17 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 17
ใน พ.ศ. ๒๔๖๐ เข้าศึกษาที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวง
ยุติธรรม และศึกษาภาษาฝรั่งเศสที่เนติบัณฑิตยสภา โดยอาจารย์
เลเดแกร์ (E. Ladeker) ที่ปรึกษาศาลต่างประเทศ เป็นผู้สอน ใน
พ.ศ. ๒๔๖๒ สอบไล่วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตได้ แต่ตามข้อบังคับ
สมัยนั้นยังเป็นเนติบัณฑิตไม่ได้ เพราะอายุยังไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์
ต้องรอจนถึงมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ใน พ.ศ. ๒๔๖๓ จึงได้เป็น
สมาชิกสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๔๖๑ นาย
ปรีดีฯ ทำางานเป็นเสมียนสำานักงานทนายความพระวิชิตมนตรี (สุด
กุณฑลจินดา) อดีตอธิบดีศาลมณฑลชุมพรและอดีตผู้ช่วยเจ้ากรม
พระธรรมนูญทหารบก ต่อมาระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๔๖๓ เข้ารับ
ราชการเป็นเสมียนโท กรมราชทัณฑ์ และเคยได้รับอนุญาติพิเศษเป็น
ทนายความบางคดี เช่น คดีพลาติศัย
เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ นายปรีดีฯ ได้รับการ
คัดเลือกจากกระทรวงยุติธรรมให้ทุนไปศึกษาวิชากฎหมาย ณ ประเทศ
ฝรั่งเศส เมื่อเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศสได้ศึกษาภาษาฝรั่งเศสและ
ความรู้ทั่วไปที่วิทยาลัย (Lycée) กอง (Caen) และศึกษาพิเศษ
จากอาจารย์เลอบอนนัวส์ (Lebonnois) ซึ่งเป็นเลขาธิการสถาบัน
ครุศาสตร์ระหว่างประเทศ (Institut Pédagogique International)
ต่อมาได้เข้าศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยกอง (Caen) สอบไล่ได้
ปริญญารัฐเป็น “บาเชอลิเอร์” กฎหมาย (Bachelier en Droit) และ
สอบไล่ได้ปริญญารัฐเป็น “ลิซองซิเอ” กฎหมาย (Licencié en Droit)
จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปารีส สอบไล่ได้ปริญญารัฐเป็น
“ดุษฎีบัณฑิตกฎหมาย” (Docteur en Droit) ฝ่ายนิติศาสตร์ (Sciences
Juridiques) และสอบไล่ได้ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงในทาง
เศรษฐกิจ (Diplôme d’Etudes Supérieures d’Economiè Politique)
๑๖ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

