Page 122 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 122
ได้คร่�งกิโลกรัม ไม้ขีดไฟ 1 กลัก และนำามันก๊าด 1 ใน 4 ลิตร ซำ่�งนับว่า
น้อยมากเมื�อเปรียบกับความต้องการและความจำาเป็นของแต่ละครัวเรือน 21
รัฐบาลจัดการเพิ�มรายได้ให้แก่รัฐ โดยออกพระราชบัญญัติเพิ�มภาษิี
อากรจากราษิฎร เช่น ภาษิีทางตรง ได้แก่ พระราชบัญญัติเงินช่วยชาติใน
ภาวะคับขัน พุทธศักราช 2485 พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือ
พุทธศักราช 2486 พระราชบัญญัติภาษิีชายโสด พุทธศักราช 2486 ส่วน
ภาษิีทางอ้อม ได้แก่ พระราชบัญญัติยาสูบ พระราชบัญญัติเกลือ
มาตรการแก้เงินเฟ้ออีกอย่างหน่�ง คือ การด่งธนบัตรมาจากมือ
ประชาชน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2486 ได้กำาหนดให้ข้าราชการส่วนกลางที�มี
เงินเดือน 300 บาทข่�นไป เปิดบัญชีเงินฝากไว้ที�ธนาคาร และจ่ายเงินเดือน
ให้โดยวิธีเครดิตบัญชี และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน กระทรวงการคลัง
ออกพันธบัตรเงินกู้เพื�อชาติ 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี�ยร้อยละ 3 ต่อปี
มีกำาหนดไถ่ถอน 8 ปี เพื�อชักจูงให้ประชาชนซำื�อพันธบัตร จ่งกำาหนดไว้ว่า
เมื�อถ่งเวลาไถ่ถอน ผู้ถือพันธบัตรอาจจะเลือกเอาว่าจะรับชำาระเป็นเงินสด
หรือเป็นทองคำาเนื�อแปดในราคาบาทละ 86 บาท พันธบัตรดังกล่าวเรียกว่า
“พันธบัตรทองคำา” เมื�อถ่งกำาหนดไถ่ถอนคืนพันธบัตรทองคำา ผู้ถือพันธบัตร
ทองคำาขอรับไถ่ถอนเป็นทองคำาทั�งสิ�น เพราะว่าได้กำาไร ราคาทองคำาถีบข่�น
เรื�อยตลอดเวลาสงคราม 22
รัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ ซำ่�งเข้าบริหารงานในเดือนสิงหาคม 2487
ได้สานต่องานของรัฐบาลชุดเก่า พยายามหาเงินเข้ารัฐ ในเดือนกุมภาพันธ์
2488 รัฐบาลออก “พระราชกำาหนดพันธบัตรออมทรัพย์ในภาวะคับขัน
พุทธศักราช 2488” กำาหนดว่า ธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท ที�ออกใช้อยู่
นั�นไม่เป็นเงินชำาระหนี�ได้ตามกฎหมาย ผู้มีธนบัตรชนิดนี�ต้องนำามามอบให้
ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือตัวแทน หรือคลังจังหวัดทั�วราชอาณาจักร
ภายในเวลาที�กำาหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจดบัญชีผู้เป็นเจ้าของใน
21
พรรณี บัวเล็ก, อ้างแล้ว, หน้า 105-107.
22
รอง ศยามานนท์, อ้างแล้ว, หน้า 200.
บทที่ 4 : เศรษฐกิจสมัยสงคราม 121

