Page 77 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 77
จอมพล ป. พิบูลสงครามสนใจเรื�องดนตรีไทยด้วย ฯพณฯ มีบัญชาให้
กรมศิลปากรจัดตั�งวงจุลดุริยางค์หญิง 45 คนข่�น และให้ปรับปรุงการละเล่น
พื�นเมือง เช่น รำาวงให้เป็นแบบมาตรฐาน สนับสนุนให้ประชาชนรำาวงกัน
68
ทุกโอกาสและทุกแห่ง ทุกวันพุธตอนบ่ายข้าราชการหญิงชายได้หยุดงาน
ฝึกซำ้อมรำาวงสร้างวัฒนธรรมกันอย่างเบิกบานใจ เดินผ่านไปทางไหนจะ
ได้ยินแต่เสียงเพลงรำาวงซำ่�งมีมากกว่า 60 เพลง และเพิ�มข่�นเรื�อย ๆ โดย
ไม่ทราบชื�อผู้แต่ง เนื�อร้องเพลง ส่วนใหญ่เป็นเรื�องรักชาติ สร้างชาติ และเชื�อ
ผู้นำา เช่น “แปดนาฬิกาได้เวลาชักธง เราจะต้องยืนตรง (เคารพธงชาติไทย)
ต้องสนับสนุน ป. พิบูลสงคราม เราจะต้องทำาตาม (ท่านผู้นำาชาติไทย) ๆ”
รัฐบาลออกพระราชกฤษิฎีกาให้อำานาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศ่กษิาธิการ และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข มีอำานาจระบุมหรสพเครื�องดนตรีที�ใช้ เครื�อง อุปกรณ์
การเล่น วิธีเล่น และถ้าจะเล่นสิ�งที�ต้องห้ามจะต้องได้รับอนุญาตก่อน เลิก
เครื�องดนตรีที�ไม่ใช่ของไทย เช่น กลองยาว แม้กระทั�งซำอด้วงและซำออู้ให้เลิก
เพราะไม่ใช่ของไทยมาแต่เดิม และให้เลิกละครชาตรี ลิเก และหุ่นกระบอก
เพราะการแสดงเหล่านี�เป็นการเสื�อมเสียเกียรติของชาติ เสียวัฒนธรรม และ
บางอย่างไม่ใช่ของไทยมาแต่เดิม 69
ถ้าพิจารณาถ่งกระบวนการและเป้าหมายในการสร้างชาติของ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในสมัยสงครามโลกครั�งที�สองโดยละเอียดจะเห็น
68
รำาโทนเป็นการละเล่นพื�นเมืองของภาคอีสาน ในระหว่างสงครามโลกครั�งที� 2 รำาโทน
แพร่หลายเข้ามาในภาคต่าง ๆ รวมทั�งในกรุงเทพฯ แต่แปรูปออกมาในลักษิณะไม่สุภาพ
รัฐบาลจ่งให้กรมศิลปากรร่วมกับสำานักวัฒนธรรมฝ่ายศิลปกรรม บำารุงรำาโทนให้สุภาพ
เรียกชื�อใหม่ว่า “รำาวง” โดยกรมศิลปากรแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างที�สนามหลวง เรียก
ว่า “รำาวงแบบมาตรฐาน” ทางการจ่งประกาศให้เล่นรำาโทนได้เฉพาะในภาคอีสาน ส่วน
กรุงเทพฯ เล่นรำาโทนไม่ได้ เล่นได้เฉพาะรำาวงอย่างเดียว ผู้รำาจะต้องมีวัฒนธรรมไม่ถูกเนื�อ
ต้องตัวและไม่ดื�มสุรา.
69
ศรีกรุง, 15 กันยายน 2485.
76 เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

