Page 126 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 126
สำาหรับผม ทั้งสองท่านเป็น “คนดีมีค่า” เป็นมนุษย์ เป็นสามัญ
ชนผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ คนหนึ่งคืออาจารย์ปรีดีเป็นคนเปลี่ยนแปลง เป็นคน
วางรากฐานไว้ อีกคนหนึ่งคืออาจารย์ป๋วยมาก่อสร้างสานต่อให้ดีขึ้น
อย่างงานที่อาจารย์ปรีดีทำาครอบคลุมทุกมิติในหลัก ๖ ประการของคณะ
ราษฎร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การต่างประเทศ การคลัง
ตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง คิดเรื่องการประกันความ
สุขสมบูรณ์ของราษฎร อาจารย์ป๋วยก็มาสานต่อ เสียสละมาร่วมงานเสรี
ไทย เรียกร้องขื่อแปของบ้านเมือง ทำางานวางรากฐานความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจอย่างสามารถ เริ่มนำานักศึกษาทำางานพัฒนาชนบทอย่างจริงจัง
แก้ปัญหาความอยุติธรรมในสังคม อุทิศตัวเพื่อการศึกษา ผมเชื่อว่าถ้ามี
โอกาส (ไม่ถูกกลั่นแกล้ง) ท่านคงทำาอะไรรับใช้ประเทศชาติได้มากกว่านี้
อีกเยอะ สมกับการเป็น “คนดีมีค่า” ทั้งสองท่าน
มีขอคิดอะไรที่ไดจากอาจารย์ปรีดีที่อยากฝากทานคนอื่นๆ ไหม
ผมได้เห็นตัวอย่างการดำารงชีวิตเป็นคนพุทธที่เรียบง่าย สมถะ
ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่อาฆาตมาดร้าย ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ คิดแต่จะทำาตน
ให้เป็นประโยชน์เพื่อสนองคุณประเทศชาติและราษฎรไทย และทำาเพื่อ
มวลชนส่วนใหญ่เป็นหลัก สิ่งเหล่านี้ท่านดำารงตนเป็นตัวอย่างตลอดชีวิต
และเมื่อศึกษาประวัติของท่าน จะพบว่าท่านทำาบุญคุณให้กับ
ประเทศชาติของเรามากมายมหาศาล แต่สิ่งที่ท่านได้รับ กลับไม่สมควร
กันเลย คิดๆ แล้วก็น่าสงสารท่าน แต่ท่านกลับไม่สงสารตัวเองเลย ผม
เชื่อว่าท่านสงสารประเทศไทย เพราะท่านสามารถทำาอะไรได้อีกมากมาย
แต่ท่านไม่มีโอกาสจะทำา ตอนที่กล่าวถึงพี่ปาล ท่านก็คงสะท้อนใจว่าท่าน
ก็มีโอกาสน้อย ยังรับใช้ชาติไม่เพียงพอกับที่เกิดมา คนดีๆ อย่างท่าน พอ
มาเจอการเมืองแย่ๆ ท่านก็คงเอาชนะไม่ได้ ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ได้ท้อถอย
126 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

