Page 122 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 122
เป็นท่านมากหน่อยในทุกกาล คือ “รู้ทุกข์ รู้ธรรม รักถิ่น” ผมเห็นว่านี่คือ
แก่นแท้ของ “คุณลุง”
ตลอดชีวิตของท่าน ท่านมองเห็นทุกข์ทั้งในระดับปัจเจก และ
ในระดับสังคม ดังท่านมองเห็นความทุกข์ยากของชาวนา ของประชาชน
ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จึงได้ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองใน
ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยเชื่อและหวังว่าประเทศชาติจะดี เสมอภาคมากขึ้น
พร้อมกับตั้งหลัก ๖ ประการขึ้นมาเพื่อสู้กับปัญหาที่พบเห็นในสังคม
ในส่วนตัวของท่านเอง ความที่ท่านมีธรรมะ ทำาให้ท่านมีชีวิต
ที่เรียบง่าย เข้าใจเรื่องโลกธรรม ๘ เมื่อประสบความผกผันในชีวิตทาง
การเมือง จึงสามารถรักษาจิตใจของตนเองมาได้ตลอด เรื่องนี้สอดคล้อง
๑๒
กับชีวิตของคุณป้า คุณป้าสอนผมว่าคุณพ่อของท่าน สอนเรื่องการ
วางตัวให้สมถะมาก สอนให้ขึ้นรถไฟชั้น ๓ ชีวิตจะได้ไม่มีตกตำ่า ถ้าได้
ดีกว่านี้ก็ถือเป็นกำาไรชีวิต ถ้ากลับมาที่เก่าก็คือกลับมาที่เดิมซึ่งคุ้นเคย
ไม่ได้ตกตำ่าอะไร
ท่านภูมิใจและไม่เคยเสียใจเรื่องที่ท่านร่วมเปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง เพราะท่านรู้ทุกข์ ท่านรู้ธรรม แน่นอนว่าคณะราษฎรไม่ได้
ประสบความสำาเร็จมากพอสำาหรับการสถาปนาระบอบการปกครองใหม่
ให้เข้มแข็ง แต่ประชาธิปไตยที่คณะราษฎรได้ก่อกำาเนิดขึ้นก็ยั่งยืน ถึงจะ
ล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังความรู้สึกว่าเป็นของสำาคัญ
เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เรื่องธรรมะแท้ๆ นั้น ท่านเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัด
ท่านศึกษาแต่เด็ก และเคยปรึกษาท่านพุทธทาสหาทางตั้งสวนโมกข์ที่
อยุธยา แต่การรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ ทำาให้ท่านออกนอกประเทศ เรื่อง
เลยจบไป เดี๋ยวนี้พอผมเห็น “สวนโมกข์ ๒” ที่อยู่ติดกับสวนจตุจักร ผม
ยังนึกถึงท่านทุกที
๑๒ พระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา (ขำา ณ ป้อมเพชร) อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรก.
122 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

