Page 115 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 115
ของธนาคารญี�ปุ่นในประเทศไทยคือธนาคารโยโกฮามาสเปซำี และจะจ่ายเงิน
บาทหรือรับเงินบาทจากธนาคารเพื�อแลกเปลี�ยนกับเงินเยน 6
ก่อนกองทัพญี�ปุ่นเข้าประเทศไทยเพียง 8 วัน คือ ประมาณปลาย
เดือนพฤศจิกายน 2484 ประเทศมีธนบัตรหมุนเวียนใช้อยู่ 275,331,688
บาท แต่เมื�อยุติสงครามในเดือนสิงหาคม 2488 มีธนบัตรหมุนเวียนถ่ง
1,992,650,348 บาท หรือสูงข่�นถ่ง 7 เท่าตัว 7
ที�จริงก่อนที�รัฐบาลจะพิมพ์ธนบัตรออกใช้มากมายนั�น เมืองไทยเกิด
ขาดแคลนธนบัตรแล้วตั�งแต่ตอนสงครามเริ�มใหม่ ๆ เพราะแต่เดิมรัฐบาล
ไทยจ้างให้บริษิัทโทมัส เดอลารู ประเทศอังกฤษิ พิมพ์ธนบัตรไทย เมื�อเกิด
สงคราม บริษิัทโทมัส เดอลารูพิมพ์ธนบัตรไม่ได้ มิหนำาซำำาจำานวนธนบัตร
ที�จ้างพิมพ์ไว้ก่อนสงครามก็ยังตกค้างอยู่ที�อังกฤษิถ่ง 16.2 ล้านบาท ทำาให้
ขาดแคลนธนบัตรตั�งแต่ราคา 100 บาท ลงมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
คลังจ่งออกกฎกระทรวงข่�นเมื�อวันที� 21 ธันวาคม 2484 ว่าเหรียญกษิาปณ์
ราคาต่ำารวมทั�งเหรียญที�บุบสลายเป็นเงินชำาระหนี�ได้ตามกฎหมาย ต่อมา
ในปี 2486 รัฐบาลไทยตกลงจ้างญี�ปุ่นพิมพ์ธนบัตรจำานวน 57.5 ล้านบาท
แต่ก็ขนส่งมาไม่ได้ รัฐบาลไทยจ่งต้องพิมพ์ธนบัตรชนิดราคา 1 บาทข่�นเอง
เป็นครั�งแรก และต่อมาต้องใช้โรงพิมพ์เอกชนช่วยพิมพ์อีก 3 แห่ง เพื�อให้
เพียงพอกับความต้องการ ธนบัตรที�พิมพ์ข่�นในประเทศไทยนี�คุณภาพต่ำามาก
เพราะกระดาษิเลว สีตก ฝีมือการพิมพ์ต่ำา และไม่มีมาตรฐานทองคำารับรอง
เหมือนก่อน ประชาชนเรียกว่า ธนบัตรกงเต๊ก และไม่ต้องการเก็บ ส่วนใหญ่
หมุนเวียนเป็นสิ�งของ เช่น ทองคำา ทำาให้ทองคำาราคาสูงข่�นด้วย 8
การลดค่าเงินบาทยังทำาให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ เมื�อมีเงินมากแต่
สินค้ามีน้อย สินค้าจ่งราคาแพง โดยเฉพาะสินค้าขาเข้าราคาแพงข่�นมาก
เป็นพิเศษิ และราคาสินค้าประเภทอื�น ๆ ก็สูงข่�น บางชนิดราคาสูงข่�นหลาย
6
โปรดดู อุบล จิระสวัสดิ์, อ้างแล้ว, หน้า 288-289.
7
ธนาคารแห่งประเทศไทย, ที่ระลึกครบรอบปีที่ยี่สิบ (พระนคร, 2505), หน้า 11.
8
โปรดดู พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย, อ้างแล้ว, หน้า 83-86.
114 เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

