Page 23 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 23
เมื�อเราจะเข้ากับเขาแล้วก็เข้าเสียให้เต็มร้อยเปอร์เซำ็นต์ เขาก็คง
เห็นอกเห็นใจเรา ส่วนกาลข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผมทายไม่ถูก 8
ในระหว่างการประชุม รัฐมนตรี 8 คน นั�งนิ�งเงียบไม่ยอมพูดอะไร
สักคำาเดียว ส่วนรัฐมนตรีคนอื�น ๆ อภิปรายเห็นด้วยกับความจำาเป็นที�จะต้อง
เป็นมิตรกับญี�ปุ่น เพราะไหน ๆ ไทยก็ได้ยอมญี�ปุ่นมาตั�งแต่แรก การขัดขวาง
ตอนนี�คงจะไม่มีประโยชน์อะไร หลวงโกวิทอภัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงธรรมการ เสนอความเห็นว่า “ตอนต้นเราตกลงกันว่าจะไม่สู้...
จะมาสู้ในตอนนี�มิแล้วกว่าตอนแรกอีก เพราะฉะนั�นไม่มีทางใดมองเห็นทาง
ที�จะเลือกทางอื�น” และหลวงธำารงนาวาสวัสดิ์กล่าวเสริมว่า “ถ้าจะสู้ก็ต้องสู้
ตั�งแต่วันที� 8 ถ้าจะสู้เวลานี�ก็ยิ�งโง่กว่าตอนแรก” 9
รัฐมนตรีคนเดียวท์ี่คัดค�านอย�างเปิดเผู้ย คือ นายปรีดี พนมยงค์
โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้ทำาสนธิสัญญากับญี�ปุ่นในลักษิณะที�เป็นการ
ผูกมัดให้ไทยต้องเป็นศัตรูกับฝ่ายสัมพันธมิตร เพราะเมื�อไทยตกลงจะไม่รบ
กับญี�ปุ่นแล้ว ก็ไม่ควรรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย 10
8
อ. พิบูลสงคราม, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, เล่ม 2 (กรุงเทพฯ : ศูนย์การพิมพ์, 2518),
หน้า 318-320.
9
รายงานการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั�งพิเศษิ, 11 ธันวาคม 2484.
10
นายปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า “ที�ผมจะพูดต่อไปนี�ขอให้ถือว่า ในการเปลี�ยนแปลง
การปกครองผมคนหน่�งที�มีส่วนทำาตั�งแต่ต้นเหมือนกัน ซำ่�งทุกคนก็ย่อมจะรู้อยู่แล้ว ความ
รักชาติ ผมก็ไม่ยอมที�จะให้ใครยิ�งกว่าผม อย่างน้อยเท่า ๆ กัน ผมก็ยังยอม เพราะฉะนั�น
ขอให้ผมได้พูด แม้แต่ผมจะเป็นอันตรายก็ไม่ว่า ในการที�ได้แสดงความเห็นมาตั�งแต่ต้น
หรืออะไรนั�น ผมไม่ได้เข้าข้างอังกฤษิหรืออะไร ผมมุ่งแต่ชาติไทย ทีนี�ประมวลเหตุการณ์
ทางการเมืองที�เราจะได้วินิจฉัยกันนั�นมันก็มีทั�งสองเสียง บางเสียงที�ว่าญี�ปุ่นจะชนะก็มี
บางเสียงที�ว่าอังกฤษิจะชนะก็มี มีทั�งสองเสียงด้วยกัน เรื�องรบหรือไม่นั�น เมื�อวันนั�น
เราตกลงกันไปในทางที�เห็นว่าเมื�อไม่รบแล้ว เราก็เลือกเอาทางเบาที�สุดก็รู้ส่กว่าเป็นการ
เสียชื�อเหมือนกัน ข้อหารือใหม่นี� ประเด็นอยู่ที�ตรงไหน ถ้าประเด็นอยู่ที�เราจะกู้เกียรติยศ
ของชาติก็จะเสียเกียรติทั�งข่�นและล่อง คือทีแรกเราไม่รบ ทีหลังเราเข้ารบ เรากลับไป
22 เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

