Page 27 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 27
ตนเป็นผู้ถือพระพุทธศาสนา เพื�อให้ชาวเอเชีย ซำ่�งส่วนมากเป็น
พุทธศาสนิกชนเชื�อถือตน เมื�อเราไม่มีที�พ่�งทางอื�น เราก็ต้องพ่�งพระ
ถ้าไม่ลงนามสัญญานี�ต่อหน้าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะเป็น
เครื�องผูกมัดดีกว่าอย่างอื�นที�จะให้ญี�ปุ่นเคารพในสัญญา...ญี�ปุ่น
เกิดความยำาเกรงว่า ถ้าตนละเมิดเอกราชและอธิปไตยของไทย
ให้เป็นการผิดสัญญาที�ทำาไว้ต่อหน้าพระพุทธปฏิมากรแก้วมรกต
แล้ว พุทธศาสนิกชนทั�วเอเชียจะเกลียดชังญี�ปุ่น 19
เป็นที�น่าสังเกตว่า ภาษิาที�ใช้ในกติกาสัญญาเป็นภาษิาฝรั�งเศสแทนที�
จะใช้ภาษิาอังกฤษิ แสดงให้เห็นว่า ทั�งไทยและญี�ปุ่นในขณะนั�นเกิดความ
รังเกียจแม้แต่จะใช้ภาษิาอังกฤษิ
รัฐบาลแถลงเรื�องกติกาสัญญาพันธไมตรีฉบับดังกล่าวต่อสภาผู้แทน
ราษิฎร ในวันที� 23 ธันวาคม 2484 โดยเสนอหนังสือ 3 เล่ม ต่อสมาชิกสภาฯ
คือ
1. กติกาสัญญาพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี�ปุ่น เป็น
เล่มที�เปิดเผยได้
2. ข้อกำาหนดความเข้าใจกันเป็นความลับ ภาคผนวกกติกาสัญญา
พันธไมตรีระหว่างไทยกับญี�ปุ่น และ
3. หนังสือแลกเปลี�ยน
19
หลวงวิจิตรวาทการ, ตู้ทอง, หน้า 25-26 และหลวงวิจิตรวาทการให้สัมภาษิณ์ผู้แทน
หนังสือพิมพ์ Malai Sinpo เมื�อครั�งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำาญี�ปุ่น ในทำานองเดียวกัน
นี� โปรดดู Malai Sinpo 25 มกราคม 2485 และนาวาเอก พระยาศราภัยพิพัฒ ซำ่�งหนี
ภัยการเมืองไปอยู่ในประเทศออสเตรเลียในระหว่างสงครามโลกครั�งที� 2 เขียนวิจารณ์ใน
หนังสือ 10,000 ไมล์ของข้าพเจ้า ว่า “เอาคุณพระรัตนตรัยมาปะปนกับการสงคราม ซำ่�ง
ทำาให้ศัตรูเหยียดหยามพระพุทธศาสนา...ไปลงนามหนังสือสัญญาเป็นมิตรกับญี�ปุ่นที�วัด
พระศรีรัตนศาสดาราม ดูเป็นการโฆษิณาบำารุงขวัญอย่างคร่กโครมดี แต่คิดให้ซำ่�งแล้ว เมื�อ
ฝ่ายญี�ปุ่นและไทยแพ้สัมพันธมิตรเช่นนี� เราจะไปมองพระแก้วท่านอย่างไร จะโทษิท่าน
ไม่ช่วยก็ผิด” โปรดดู เลื�อน ศราภัยวานิช, 10,000 ไมล์ของข้าพเจ้า (พระนคร : มิตรนรา
การพิมพ์, 2512), หน้า 332.
26 เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

