Page 26 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 26
ข้อความตามสัญญาลงวันที� 11 ธันวาคม และวันที� 14 ธันวาคม
ได้รับการรับรองเป็นทางการ ในวันที� 21 ธันวาคม 2484 เมื�อรัฐบาลไทยและ
ญี�ปุ่นลงนามร่วมกันใน “กติกาสัญญาพันธไมตรีระหว่างประเทศ” ในกรณี
ที�ไทยขัดแย้งทางอาวุธกับประเทศภายนอก จะเป็นประเทศเดียวหรือหลาย
ประเทศก็ตาม ประเทศไทยหรือประเทศญี�ปุ่นจะเข้าข้างภาคีอีกฝ่ายหน่�ง
ในฐานะเป็นพันธมิตรทันที และจะให้ความช่วยเหลือแก่ภาคีนั�นด้วยปัจจัย
ของตนในทางการเมือง เศรษิฐกิจ และการทหาร 17
นอกจากนี�ก็มี “ข้อกำาหนดความเข้าใจกันเป็นความลับ” เกี�ยวกับ
สัญญาที�ญี�ปุ่นรับรองจะให้ดินแดนมลายูและพม่า ที�เสียให้แก่อังกฤษิ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ ไทรบุรี กลันตัน
ตรังกานู ปะลิส เมืองเชียงตุง และเมืองพาน กลับคืนให้ไทย ข้อตกลงที�ไทย
จะร่วมมือและช่วยเหลือญี�ปุ่นในสงคราม และยกเลิกข้อตกลงเรื�องกองทัพ
ญี�ปุ่นผ่านแผ่นดินไทยลงวันที� 8 ธันวาคม 2484 18
สัญญาพันธไมตรีมีข้อพิเศษิกว่าสนธิสัญญาฉบับใด ๆ ที�ไทยเคยทำา
กับต่างประเทศ คือ มีการลงนามกันในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เฉพาะ
พระพักตร์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) นับเป็นครั�งแรก
ในประวัติศาสตร์ไทยที�รัฐบาลนำาสิ�งศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนามาเป็น
สักขีพยานสนธิสัญญาพันธไมตรีระหว่างประเทศ หลวงวิจิตรวาทการ
ซำ่�งขณะนั�นดำารงตำาแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ
เป็นฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงคราม กล่าวถ่งเหตุผลของรัฐบาลว่า
เราไม่มีอะไรจะบังคับญี�ปุ่นให้มั�นคงต่อสัญญา แต่ญี�ปุ่นเป็นชาติ
นับถือพิธีการ ถ้าทำาอะไรเป็นพิธีกับญี�ปุ่นจะช่วยให้มั�นคงข่�นบ้าง...
เรารู้ว่า ญี�ปุ่นมีความจำาเป็นอันหน่�ง คือ ความจำาเป็นที�จะต้องแสดง
17
ข้อกำาหนดความเข้าใจกันเป็นความลับ (พระนคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชา
ธรรมศาสตร์และการเมือง, 22 ธันวาคม 2484).
18
เพิ�งอ้าง.
บทที่ 1 : ประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง 25

