Page 38 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 38
นายพล นายพัน ทั�งนักการทูต ทุกคนส่งเสียงแต่จะให้เราทำาตาม
เขา โต้เถียงกันบางครั�งตั�งแต่บ่าย 2 โมง จนถ่ง 24 นาฬิกาก็มี ที�สุด
เราต้องยอมทำาตาม เพราะเขาบอกว่า ถ้าไม่ทำาตามวันนี�บ้าง พรุ่งนี�
บ้าง เขาจะปลดอาวุธไทยแน่นอน...ผมเห็นว่า เรายอมทำาตามเขา
ดีกว่า สู้ทนเก็บนำาตาและเก็บความเจ็บชำานำาใจ เพื�อแก้มือกันในวัน
ข้างหน้า 43
อีกฝ่ายหน่�งซำ่�งรู้เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เห็นคล้อยตามจอมพล
ป. พิบูลสงคราม เช่น นายปรีดี พนมยงค์ หรือนายดิเรก ชัยนาม กลับพูด
ตรงกันข้าม โดยอ้างว่าเป็นความประสงค์และเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ
จอมพล ป. แต่ผู้เดียว ที�ดำาเนินนโยบายด่งประเทศไทยออกจากความเป็น
กลาง และทำาสัญญาเข้าร่วมรบกับญี�ปุ่น ปัจจัยสำาคัญที�ไทยยอมเช่นนี�
เพราะได้รับข่าวชัยชนะของญี�ปุ่นในการรบทางด้านแปซำิฟิกและญี�ปุ่นโจมตี
อ่าวเพิร์ลได้ เป็นเหตุให้กลุ่มนิยมฝ่ายอักษิะตื�นเต้น และต้องการแสดงตน
เป็นมิตรกับญี�ปุ่นมากข่�น นายดิเรก ชัยนาม เล่าถ่งเหตุการณ์ตอนนี�ว่า
หลังจากที�ญี�ปุ่นตีอ่าวเพิร์ลได้แล้ว จอมพล ป. พิบูลสงคราม เรียกประชุม
คณะรัฐมนตรี ชี�แจงว่าไทยจะต้องเข้าเป็นพันธมิตรกับญี�ปุ่น มิหนำาซำำา
จอมพล ป. ยังบอกว่าได้ตกลงเรื�องนี�กับฝ่ายญี�ปุ่นไว้เรียบร้อยแล้ว และ
จะต้องไปลงนามสัญญาภายในหน่�งชั�วโมงต่อมา และเมื�อทูตญี�ปุ่นมาพบ
ตามเวลานัด จอมพล ป. ปลีกตัวไปลงนามแต่ผู้เดียว ทั�ง ๆ ที�นายดิเรก
ชัยนาม ดำารงตำาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่ได้
มีส่วนรับรู้การกระทำาครั�งนี�เลย 44
ถ้าเรานำาความเห็นทั�งสองฝ่ายมาตรองดู ดูเหมือนว่า ฝ่ายตรงข้าม
กับจอมพล ป. จะให้ข้อมูลใกล้เคียงความจริงมากกว่า อย่างไรก็ตามจอมพล
ป. พิบูลสงคราม ก็มิควรจะต้องตกเป็นแพะรับบาปแต่ผู้เดียว เพราะถ้าพูด
43
จอมพล ป. พิบูลสงคราม, อ้างแล้ว, หน้า 436-437.
44
Nicol Smith, อ้างแล้ว, หน้า 265.
บทที่ 1 : ประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง 37

