Page 38 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 38
สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ คือ
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นปีที่ใกล้กับวาระที่จะท�าการอภิวัฒน์ดังกล่าวแล้ว
ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงยุติธรรมให้เป็นผู้สอนกฎหมายปกครอง
ซึ่งเป็นวิชาใหม่เพิ่งใส่ไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนกฎหมาย ข้าพเจ้าได้ถือ
โอกาสนั้นท�าการสอนเพื่อปลุกจิตส�านึกนักศึกษาในสมัยนั้นให้สนใจ
แนวทางประชาธิปไตย และในทางเศรษฐกิจซึ่งถือว่าเป็นรากฐานของ
สังคม ส่วนกฎหมายเป็นแต่โครงร่างเบื้องบนของสังคมเท่านั้น …”
II.
การงานแห่งรัฐ (พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๒๔๙๐)
เพื่อชาติและราษฎรไทย
ประวัติศาสตร์ ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๕) คือบทเรียนราคาแพง
นายปรีดีเคยบันทึกถึงเหตุการณ์การขึ้นศาลของบรรดานาย
ทหารผู้ก่อการ ร.ศ. ๑๓๐ ไว้ว่า “ระหว่างการพิจารณาคดีต่อหน้าคณะ
กรรมการทหารพิเศษ ผู้พิพากษาได้กล่าวต�าหนินายทหารราชองครักษ์
ท่านหนึ่งว่าไม่จงรักภักดีต่อกษัตริย์ ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงผู้พิพากษาอย่าง
อาจหาญว่า เขารักชาติยิ่งกว่าองค์กษัตริย์ และด้วยเหตุที่ตนปฏิบัติหน้าที่
ใกล้ชิดกับพระองค์มากที่สุด จึงทราบสิ่งที่เกิดขึ้นในราชส�านักดีเสียยิ่งกว่า
เหล่าทหารและราษฎรอื่นๆ เมื่อนั้น เขาจึงเห็นแล้วว่า ความเริงส�าราญ
และความไร้สาระในราชส�านักย่อมน�าพาชาติให้ตกต�่า สิ่งนี้ได้ท�าให้เขา
ตระหนักชัดด้วยตนเอง จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมในกลุ่มดังกล่าวด้วย”
และในที่สุด… “ด้วยความตั้งใจที่จะรับใช้เพื่อนร่วมชาติทั้ง
หลายของข้าพเจ้าให้ได้มาซึ่งเอกราชและอธิปไตยสมบูรณ์ของชาติ อีกทั้ง
38 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

