Page 33 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 33
นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการตกผลึกทางความคิด
ผลพวงที่สำาคัญยิ่งในเรื่องนี้ได้ปรากฏขึ้นในเวลาต่อมา โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครั้งนำาเสนอ เค้าโครงการเศรษฐกิจ ในปี ๒๔๗๖ และ
ชัดเจนยิ่งขึ้นทางความคิด เมื่อให้สัมภาษณ์แก่ท่านอาจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์
นาถสุภา เสมือนดังบทสรุปที่ว่า
“ผมจึงเกิดจิตส�านึกว่า สมควรที่สยามจะได้มีแผนเศรษฐกิจ
ตามทฤษฎีสังคมนิยมที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยสมานกับท้องที่กาลสมัยของ
สยามเท่าที่ผมประสบพบเห็น และที่ได้เปลี่ยนแปลงต่อๆ มาในระหว่างที่
ผมศึกษาอยู่นั้น”
เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จากปัญหาของชาวนาสยามที่ได้
ประสบด้วยตนเองมาก่อนหน้านี้ เมื่อหลอมรวมเข้ากับวิชาความรู้ทาง
กฎหมายและเศรษฐศาสตร์ที่ตนเองใฝ่ใจเป็นพิเศษแล้ว ย่อมกลายมา
เป็นปัญญาญาณส่วนบุคคลที่หยั่งลึกลงสู่ปัญหาพื้นฐานที่สำาคัญที่สุดของ
สยามประเทศในเวลานั้น
โดยสรุป นี่คือฐานทางปัญญาที่สำาคัญที่ค่อยๆ ผ่านการสั่งสม
บ่มเพาะขึ้นจากชีวิตการศึกษาจากวัยเยาว์ ซึ่งเริ่มจากภายในประเทศก่อน
และใช้เวลาอีก ๗ ปีต่อมา จนกระทั่งสำาเร็จการศึกษาชั้นสูงทางวิชาการใน
ดินแดนที่เป็นแม่แบบของการเมืองการปกครองที่ยกย่อง “เสรีภาพ เสมอ
ภาค และภราดรภาพ”
“ปารีส” ในฐานะแหลงบมเพาะการอภิวัฒน์
นายปรีดีกล่าวถึงเมืองที่ตนเองได้มีโอกาสไปเข้าศึกษาเล่า
เรียนว่า “นับจากการอภิวัฒน์ใหญ่ในปี ๒๓๓๒ [ค.ศ. ๑๗๘๙] เป็นต้นมา
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 33

