Page 65 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 65
ต่อมานายเสียง บิดานายปรีดี ไปมีภรรยาใหม่ และย้ายไป
อยู่ที่อำาเภอวังน้อย นางลูกจันทน์จึงได้ยกเด็กชายหลุย ลูกชายคนที่สอง
ซึ่งขณะนั้นอายุประมาณ ๑๐ ขวบ ให้กับนายกิ๊ดเซี้ยง ญาติผู้พี่ผู้น้อง
ของนายเกิด บิดาของนายเสียง นายกิ๊ดเซี้ยงจึงพาเด็กชายหลุยกลับไป
ใช้ชีวิตที่เมืองจีน เติบโตและซึมซับวัฒนธรรมจีน ใช้ชื่อจีนว่า ตั้งชอ
จนกระทั่งอายุ ๒๐ ปี นายหลุยจึงได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อม
ภรรยาชาวจีน
หนังสือสารานุกรมจีนที่เรียบเรียงโดยนายเสิ่น ซุ่น (沈 順)
ตีพิมพ์ในช่วงทศวรรษ ๑๙๖๐ ได้บันทึกว่า นายปรีดีเป็นลูกจีนรุ่นที่ ๒
ซำ้ายังตั้งชื่อจีนให้นายปรีดีหลายชื่อ เช่น เฉิน จ๊า เล่อ (陈家乐; Chen
Jia Le), เฉิน จ๊า เสียง (陈嘉祥; Chen Jia Xiang) และเฉิน จาง
เม่า (陈璋茂; Chen Zhang Mao) จึงขัดกับความจริงที่ว่า ทั้งนาย
เสียงและนางลูกจันทน์เป็นผู้ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่มี
ความรู้ภาษาจีนเลย ย่อมไม่อาจตั้งชื่อจีนให้ได้ และเมื่อนับรุ่นของผู้มี
เชื้อสายจีนในไทย ปรีดีจะนับได้ลำาดับชั้นที่ ๔ ไม่ใช่ ๒
สันนิษฐานว่า นายเสิ่น ซุ่น ผู้เรียบเรียงหนังสือดังกล่าว เกิด
ความสับสน เนื่องจากตามธรรมเนียมจีนได้มีการเตรียมตั้งชื่อกลางไว้
ตามรุ่นต่าง ๆ ด้วย แต่โดยความเป็นจริง นายปรีดีไม่เคยรับรู้เรื่อง
ชื่อจีนที่มีผู้ตั้งให้และไม่เคยใช้ชื่อนั้น ๆ นอกจากนี้ นายเสิ่น ซุ่นอาจ
ได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบางประการ จึงนำาเอาเรื่องราวของนายหลุย
น้องชายนายปรีดี ซึ่งมีชื่อจีน และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองจีนช่วงหนึ่งมา
ปะติดปะต่อกับประวัติของนายปรีดี
หรืออาจจะมีบางคนในคณะทำางานสารานุกรมจีนเป็นพวก
ลัทธิชาตินิยมที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า “ต้าฮ่าน” ที่เข้าใจว่า เชื้อชาติจีน
นั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และบุคคลมีชื่อเสียงในโลกบางคนสืบเชื้อสาย
มาจากชนชาติจีน
๖๔ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

