Page 70 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 70
คุณหลวงประดิษฐ์ฯ เข้าไปอีกนิดหนึ่ง แต่จนบัดนี้ก็ไม่ทราบเลยว่า
จดหมายนั้นได้ไปถึงท่านจริง ๆ หรือเปล่า สงสัยว่า เลขาฯ ของท่าน
อ่านแล้วคงรู้สึกขำาหรือไม่ก็สมเพชที่เป็นเรื่องของเด็ก ๆ หาสาระไม่ได้
คงจะโยนทิ้งตะกร้าไปเสียมากกว่า ส่วนตัวดิฉันเองนั้นเมื่อไปอยู่
ต่างประเทศแล้วประมาณ ๒ ปี มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พอนึกถึงเรื่องนี้
ทีไรก็รู้สึกละอายตัวเองที่แสดงความเป็นเด็กเช่นนั้น นึกภาวนาในใจ
ว่า จดหมายนั้นคงไม่ไปถึงคุณหลวงประดิษฐ์ฯ หรือถ้าถึงก็ขอให้ท่าน
ลืมมันเสียโดยสิ้นเชิง
ตั้งแต่เริ่มไปถึงอังกฤษใหม่ ๆ ดิฉันก็ได้รู้เรื่องการงานของ
คุณหลวงประดิษฐ์ฯ มากขึ้นจากพวกเพื่อน ๆ ผู้ซึ่งได้มีโอกาสพบและ
รู้จักท่าน ดิฉันนึกอยากให้ท่านมาต่างประเทศอีกเหลือเกิน เผื่อจะได้
โชคดีมีโอกาสพบท่านบ้าง เพราะเวลาอยู่เมืองไทยนั้น โอกาสที่เด็ก ๆ
อย่างเราจะได้พบท่านเป็นของสุดเอื้อม อย่างไรก็ตามประมาณ
พ.ศ. ๒๔๘๐ ดิฉันบังเอิญได้พบกับท่านผู้หญิงพูนศุข ภริยาคุณหลวง
ประดิษฐ์ฯ กับคุณสุดา ลูกสาวอายุ ๓-๔ ขวบของท่าน ที่สถานทูตปารีส
ดิฉันดีใจมากที่ได้รู้จักกับท่านผู้หญิงพูนศุขอย่างเป็นทางการ เมื่อตอน
อยู่กรุงเทพฯ เคยเห็นท่านเหมือนกัน แต่เฉียดไปเฉียดมา ไม่เคยได้รับ
การแนะนำาเป็นทางการเลย ทั้งคุณพูนศุข (ต่อไปจะขอเรียกชื่อท่าน
อย่างนี้ตามความเป็นจริงที่ดิฉันเรียกท่าน) และดิฉันต่างก็ได้รู้เรื่องราว
ของกันและกันมาก่อนพอสมควรแล้ว จึงพูดคุยกันได้สะดวกสบาย
ไม่อึดอัดใจ โดยเฉพาะตอนนั้นน้องสาวของท่านอีกคนหนึ่ง คือ
คุณนวลจันทร์ ไปกับท่านด้วย คุณนวลจันทร์คุ้นเคยกับดิฉันตั้งแต่อยู่
ร.ร. ราชินี พอ ๆ กับคุณเพียงแข จึงทำาให้เกิดความสนิทสนมยิ่งขึ้น
ดิฉันนึกในใจว่า บัดนี้เราได้เข้ามาใกล้คุณหลวงประดิษฐ์ฯ อีกขั้นหนึ่ง
แล้ว
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๖๙

