Page 60 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 60
ในการทำานาอยู่มากก็จริง นายเสียงมิได้ละเลยที่จะสงเคราะห์และ
ให้การศึกษาแก่บุตรเลย พยายามส่งบุตรเข้าศึกษาเล่าเรียน ในชั้นต้น
เมื่อยังเยาว์อยู่ก็ให้เรียนในโรงเรียนที่ใกล้บ้าน ครั้นโตขึ้นก็ส่งมาอยู่กับ
ญาติและศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนกรุงเทพฯ ทำาดังนี้นับว่า ได้ผลดี
สมความประสงค์ เป็นอันว่า นายเสียงได้กระทำาหน้าที่เป็นบิดาที่ดี
และตั้งใจสงเคราะห์บุตรตามธรรมเนียม
ต่อมานายเสียงกับนางลูกจันทน์ได้ไปทำานาที่ตำาบลท่าหลวง
แต่เนื่องจากฝนแล้งติด ๆ กัน ๒ ปี การทำานาไม่ได้ผลต้องเป็นลูกหนี้
ผู้อื่น จึงเลิกจากการทำานา ณ ที่นั้น
ต่อมานายเสียงได้ทำาการหักร้างถางพงที่ว่างเปล่าที่ตำาบล
อู่ตะเภา ในสมัยที่ทุ่งบริเวณนั้นมีช้างป่า ก่อนที่ทางราชการจัดตั้ง
อำาเภออุทัยน้อย (ปัจจุบันอำาเภอวังน้อย) นายเสียงได้ทำานาในที่หักร้าง
ไว้นั้น โดยต้องทำาการต่อสู้กับช้างที่มารบกวนคอยกินต้นข้าว การทำานา
ไม่ได้ผล เพราะฝนแล้งบ้าง หรือบางปีมีนำ้าท่วมมากบ้าง อีกทั้งมีเพลี้ย
คอยรบกวนต้นข้าว ครั้นต่อมาบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม ซึ่งได้รับ
สัมปทานจากรัฐบาลทำาการขุดคลอง ได้ขุดคลองมาถึงบริเวณที่ดิน
ซึ่งนายเสียงหักร้างไว้นั้น นายเสียงก็จำาต้องจ่ายเงินให้บริษัทเป็นค่า
ขุดคลองตามอัตรา นายเสียงไม่มีเงินของตนเองจึงจำาต้องยืมเงินผู้อื่น
มาจ่ายให้บริษัท ซึ่งทำาให้นายเสียงมีหนี้สินรุงรังยิ่งขึ้นจากหนี้สินที่มี
อยู่แล้ว เนื่องจากการทำานาไม่ได้ผล ฐานะของนายเสียงได้เปลี่ยนจาก
นายทุนน้อยในเมือง มาเป็นชาวนาผู้มีทุนน้อยในชนบท ที่กำาลังอัตคัด
ขัดสนมีหนี้สินยิ่งขึ้น นายเสียงต้องต่อสู้กับการอัตคัดมาเป็นเวลา
หลายปี จนกระทั่งโครงการชลประทานป่าสักใต้ของรัฐบาลได้ขยาย
ไปถึงบริเวณที่นาของนายเสียง จึงช่วยให้นายเสียงกลับฟื้นเป็นชาวนา
นายทุนน้อยแห่งชนบท
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๕๙

