Page 100 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 100
ก่อนผมไปเรียนอังกฤษ (พ.ศ. ๒๕๑๒) เราไม่เคยคุยกัน
เรื่องอาจารย์ปรีดีเลย สมัยนั้นชื่อเสียงของท่านมัวหมองมาก ไม่ค่อย
มีใครอยากเอ่ยถึง ถ้ามีการพูดถึงปรีดี เขาก็วาดภาพให้คนทั่วไปนึกถึง
คอมมิวนิสต์ ถ้าพูดตลกๆ หน่อยไม่กล้าเอ่ยชื่อก็เลี่ยงเรียกเป็นมุกว่า
“Goodyear” คุณพ่อก็ไม่ทราบว่าผมคิดอย่างไร พอผมได้รู้จักอาจารย์
ปรีดีแล้ว คุณพ่อจึงเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตอนที่เรียนโรงเรียนกฎหมาย ยัง
ได้ไปเรียนเพิ่มเติมที่บ้านท่านปรีดีด้วย ท่านไม่คิดเงินเลย เพราะสอนโดย
อยากให้ลูกศิษย์ได้วิชา ลูกศิษย์ศรัทธาท่านมาก ตอนคุณพ่อผมจบเนติ
บัณฑิตแล้วอายุไม่ถึง ๒๐ ปี สมัครเป็นผู้พิพากษายังไม่ได้ ท่านปรีดีกำาลัง
ตั้งเทศบาลขึ้นปกครองท้องถิ่น ก็ได้กรุณาแนะนำาคุณพ่อผมและเพื่อนๆ
ไปสอบด้วย เลยมาอยู่กระทรวงมหาดไทยในที่สุด
แลวใกลชิดกันมากขึ้นไดอยางไร
จุดเริ่มต้นที่ใกล้ชิดกันคือ เมื่อฟังปาฐกถาของท่านที่เยอรมนี
แล้วประทับใจ ท่านสภานายก (อมรศักดิ์ นพรัมภา) และผมซึ่งเป็น
สนทนากรรมการในสามัคคีสมาคม จึงปรึกษากันกับเพื่อนๆ ในนาม
สมาคมว่าควรเชิญท่านมาปาฐกถาที่อังกฤษบ้าง ซึ่งท่านก็เมตตาสนอง
ตอบอย่างดี
ตอนจัดงานเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ในงานชุมนุม
ประจำาปี ณ เมืองดองแคสเตอร์ (Doncaster) ผมในฐานะสนทนา
กรรมการก็เป็นคนไปรับท่านเป็นคนดูแลท่าน จึงได้อยู่ใกล้ชิด พอใกล้ชิด
ได้วันสองวันท่านผู้หญิงพูนศุขเป็นคนเริ่มว่า อย่าเรียกท่านผู้หญิงเลย
ให้เรียก “คุณป้า” เมื่อเป็นดังนี้ก็ต้องเรียกอาจารย์ปรีดีว่า “คุณลุง” เพราะ
ตอนแรกก็เรียกท่านผู้หญิง เรียกท่านอาจารย์ ตามปกติทั่วไป และคุณป้า
ก็กรุณาเอ่ยชวนว่า ถ้าไปที่ฝรั่งเศส ก็ให้ไปหาท่านบ้าง
100 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

