Page 114 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 114
วิทยานิพนธ์เพื่อให้ได้ปริญญาเอก เพียงเพื่อประกาศให้โลกรู้หรือว่าเรารู้
มันจะมีประโยชน์อะไร เป็นการทำาเพื่อให้ได้ชื่อว่าจบปริญญาเอกเท่านั้น
อ่านมาแล้วก็คือความรู้อยู่กับตัวแล้ว เลยถามท่านว่า ทำาไมท่านถึงคิดว่า
ต้องเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อให้ได้ปริญญาเอก ท่านตอบช้าๆ ตามแบบของ
ท่านว่า “หลานเป็นคนที่มีสัมมาทิฏฐิ มีสติปัญญา มีเวลา มีทุนเรียนแล้ว
ต้องท�าให้ส�าเร็จเพื่อน�าไปรับใช้คนที่ไม่มีโอกาสอย่างหลาน และเป็นที่พึ่ง
ทางปัญญาให้เขา” คือเมื่อมีโอกาสที่ได้เรียน ก็จำาเป็นต้องทำาให้ได้ เพื่อว่า
จะได้ใช้สิ่งที่เราได้เรียนเป็นที่พึ่งทางปัญญาแก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้มาศึกษา
อย่างเรา ฟังแล้วผมจึงรู้สึกว่า ผมต้องทำาให้ได้ ไม่ใช่ทำาเพื่อตัวเราเอง แต่
ต้องทำาเพื่อคนอื่นด้วย เมื่อช่วยใครได้แล้วก็ต้องช่วย ไม่ใช่ทำาไปเพื่อนำา
ไปข่มคนอื่นเขา แต่อาจต้องช่วยคนที่ถูกข่ม นี่เป็นเรื่องที่ผมประทับใจ
มาก รู้สึกว่ามันทำาให้เกิดแสงสว่าง ทำาให้ผมเกิดความมุ่งมั่นความเพียร
พยายามจริงๆ
ตอนผมเขียนเสร็จแล้ว หนึ่งในคณะอาจารย์ที่ตรวจไม่ยอมให้
ผ่านเพราะไม่เห็นด้วยในบางประเด็น ให้กลับมาแก้ใหม่โดยให้เวลาอีก ๖
เดือน ท่านซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ดี ให้ข้อคิดผมว่า “ดีนะ ครูเอาใจใส่
อ่านละเอียด ถ้าผ่านได้ ก็น่าภูมิใจ” ผมก็มีแรงทำาต่อ ค้นข้อมูลเพิ่มเติม
ตอบโต้คำาวิพากษ์ของอาจารย์จนได้ และได้อุทิศวิทยานิพนธ์ให้แก่เจ้าของ
ทุน คือประชาชนคนไทยที่เสียภาษี รวมถึงผู้ที่ไม่อยู่ในฐานะที่จะเสียภาษี
ด้วย
มีคุยกันเรื่อง “พระเจาชางเผือก” บางไหม
ไม่ได้คุยโดยตรง แต่ก็มีบ้างเป็นครั้งคราว ถ้าจะให้ปะติดปะ
ต่อเองก็สรุปได้ว่า อาจารย์ปรีดีเป็นคนสนใจเรื่องวิทยาการ เรื่องอะไร
ใหม่ๆ เป็นคนมีจินตนาการและเชิดชูสันติภาพ ท่านเขียน พระเจ้าช้าง
114 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

