Page 146 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 146
ท่านอาจารย์ถูกโจมตีอยู่เสมอๆ ตลอดมา เป็นการบอกถึงความสำาคัญ
ของปรีดี พนมยงค์ เพราะถ้าไม่สำาคัญก็คงเลิกพูดถึงกันไปแล้ว ผมหวังว่า
วันหนึ่ง อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ จะไม่ถูกพูดถึงอีก อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า
อีก ๕๐ ปีข้างหน้า ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว ถ้าเกิดเรามีประชาธิปไตย
ที่สมบูรณ์ แต่เนื่องจากยังไม่ถึง จึงยังมีเสียงโจมตีอาจารย์ปรีดีอย่าง
ต่อเนื่องตลอดมา เราจะเห็นว่าเมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ จนกระทั่ง
ปัจจุบัน ๒๕๖๐ ผมใช้คำานี้ โจทย์ของการเปลี่ยนแปลงสังคมและการเมือง
ไทยยังเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้น โจทย์ของการทำาลายประชาธิปไตย
ยุทธวิธีในการทำาลายประชาธิปไตยก็ยังเหมือนเดิม
ท่านถูกโจมตีหลายข้อ ตั้งแต่ ๒๔๗๖ ความจริงตั้งแต่ปี ๒๔๗๕
เลย โจมตีท่านอาจารย์เรื่องอะไรบ้าง เราจะเห็นว่าเราสามารถที่จะมอง
และทำาความเข้าใจปรีดี พนมยงค์ ทำาความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
การเมืองไทยผ่านปรีดี พนมยงค์ ได้อย่างดีมากเลย เราศึกษาปรีดี
พนมยงค์เพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทย
อาจารย์ปรีดีถูกโจมตี ๕ อย่างด้วยกัน ๕ ข้อ ๕ ประเด็น
เปลี่ยนไปแต่ละช่วง ซึ่งบ่งบอกถึงการเมืองไทยในแต่ละช่วง ประเด็น
แรก เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง เป็นลูกชาวนามาจากอยุธยา เรียนเก่งกลับมา
จากเมืองนอกอยากจะเป็นใหญ่เป็นโตมักใหญ่ใฝ่สูง ผมขอโต้ว่าคณะ
ราษฎรทำาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำาเสร็จไปเชิญพระยามโนปกรณ์-
นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) มาเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนปรีดีมาเป็นนายกฯ
หลังสงคราม เป็นรัฐมนตรีเท่านั้นเอง แต่เป็นนายกฯ เพียงช่วงสั้นๆ ถ้า
มักใหญ่ใฝ่สูงต้องเป็นเองตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่หาเป็น
เช่นนั้นไม่ ผมโต้กับฝ่ายที่โจมตีอาจารย์ตลอดมา
ประเด็นที่ ๒ ชิงสุกก่อนห่าม อันนี้เราได้ยินบ่อยว่าท่าน
อาจารย์ชิงสุกก่อนห่าม ขอโทษที เรื่องของการเปลี่ยนแปลงการเมือง
146 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

