Page 188 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 188

ทบวงการอื่นๆ ที่ทำาขึ้นนั้น ก็เปนอันป่วยการ จะสมกับความที่หลวง
            พิบูลย์สงครามยืนยันว่ารัฐบาลใน ๒ ปีที่แล้วมา ยังไม่ได้ทำาการอะไร

            ให้ปรากฏแก่ตาปวงชนราษฎรสักอย่างเดียว และการธนาคารชาติที่จะ
            สงเคราะห์ราษฎรได้นั้น จะเปนที่ยินดีด้วยกันทั้งแผ่นดิน”
                     นอกจากนี้ พระสารสาสน์พลขันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
            เศรษฐการ ในขณะนั้น ได้ทำาหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑
            สิงหาคม ๒๔๗๗ โดยมีข้อความว่า “…เราพยายามจะเพาะการค้าและ

            อุตสาหกรรมในประเทศ แต่มีข้อขัดข้องที่ไม่มีแบงก์ แบงก์ที่เราต้องการ
            มีถึง ๔ ชนิด แต่เรามีอยู่ชนิดเดียวคือ Exchange ฺBank เรายังต้องการ
            อีก ๓ คือ Land Mortgage Bank, Co-operative Bank และ Industrial
            Bank แต่จะตั้งไม่ได้เพราะไม่มีแม่ ต้องตั้งแม่แบงก์เสียก่อน คือแบงก์ชาติ
            แล้วแบงก์อื่นๆ ก็คงเกิดขึ้นเอง...”

                     เรื่องจัดตั้งธนาคารชาตินี้ ยังได้มีการพิจารณาในสภาผู้แทน
            ราษฎร ๒ ครั้งคือ ครั้งแรกโดยหลวงวรนิติปรีชา ผู้แทนราษฎรจังหวัด
            สกลนคร ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งธนาคารชาติ พ.ศ. ๒๔๗๘ ซึ่งร่างดัง
            กล่าวมีเพียง ๘ มาตรา โดยมีหลักการว่าจะควบบริษัทสยามกัมมาจล
            ทุนจำากัด (ปัจจุบันคือธนาคารไทยพาณิชย์) กับธนาคารชาติเข้าด้วยกัน

            แต่มิได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของธนาคารชาติไว้ ให้เพียงเหตุผลว่าเพื่อ
            เป็นหนทางทำาให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น สุดท้ายร่าง
            พ.ร.บ. นี้ก็ตกไปเนื่องจากมีเสียงสนับสนุนน้อย
                     ส่วนในครั้งที่ ๒ ได้มีผู้แทนราษฎรตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการ

            กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๔๘๐ โดยมีความว่า (๑)
            รัฐบาลได้คิดหาทุนและเตรียมฝึกคนเพื่อจัดตั้งธนาคารชาติไว้บ้างหรือไม่
            (๒) ถ้าไม่ เช่นนั้นหมายความว่ารัฐบาลไม่คิดตั้งธนาคารชาติเลยกระนั้น
            หรือ





            188          ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑
   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193