Page 191 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 191
เรื่องนี้อัครราชทูตอังกฤษประจำาประเทศไทยรายงานถึง
กระทรวงการต่างประเทศว่า “หลวงประดิษฐ์มนูธรรมมีความตั้งใจแน่วแน่
ที่จะดำาเนินงานตามนโยบายของตนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะ
รัฐมนตรีแล้ว ...หลวงประดิษฐ์มนูธรรมจะไม่ยินยอมให้นายดอลล์หรือ
ผู้ใดในกระทรวงการคลังเป็นผู้กำาหนดนโยบายแทนตน หลวงประดิษฐ์-
มนูธรรมถือว่าหน้าที่ของที่ปรึกษา ก็คือให้คำาปรึกษาเท่านั้น อีกนัยหนึ่ง
ก็คือหลวงประดิษฐ์มนูธรรมยึดหลักว่า คณะรัฐมนตรีและข้าพเจ้าเป็น
ผู้ร่างนโยบายของประเทศของเราเอง นายดอลล์มีหน้าที่เพียงให้
คำาแนะนำาว่าเราจะดำาเนินการอย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุดตามนโยบาย”
ในการที่จะคานอำานาจของที่ปรึกษาชาวอังกฤษ ปรีดี
พนมยงค์ จึงได้ตั้งตำาแหน่ง ‘ที่ปรึกษาการคลังฝ่ายไทย’ ขึ้นมาอีกหนึ่ง
ตำาแหน่ง โดยให้หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ ขณะนั้นเป็นอธิบดีกรม
ศุลกากร (ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
วิวัฒนไชย และเป็นผู้การธนาคารแห่งประเทศไทยพระองค์แรก) ดำารง
ตำาแหน่งเป็นที่ปรึกษากระทรวงการคลังฝ่ายไทยเป็นคนแรก และเรื่องนี้
ได้ทำาให้นายดอลล์ได้แสดงความเห็นที่ไม่ค่อยพอใจ
ดังความในจดหมายของนายดอลล์ถึง Sir Otto Niemeyer
ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ตอนหนึ่งว่า “เป็นที่รู้กันว่าฝ่ายฝรั่งเศส
ต้องการเข้ามามีบทบาทในกระทรวงนี้ และหลวงประดิษฐ์มนูธรรมซึ่ง
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Sorbonne ก็ถือได้ว่าเป็นผู้นิยมฝรั่งเศส
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระสารสาสน์พลขันธ์ ซึ่งเป็นคนสนิท
และเป็นคนที่หลวงประดิษฐ์มนูธรรมรับฟังความคิดเห็นก็เป็นฝ่ายญี่ปุ่น …
นี่เป็นเหตุผลสำาคัญเลยทีเดียวที่ข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะอยู่ต่อเพื่อยับยั้ง
การขยายตัวดังกล่าวในฐานะตัวแทนของอังกฤษ”
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 191

