Page 134 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 134
ตามวิถีในทางรัฐธรรมนูญ เพราะการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อ
สภามีมติเสนอให้ตั้งนายควง โดยหลักพระมหากษัตริย์หรือกรณีนี้คือผู้
สำาเร็จราชการแทนพระองค์ย่อมต้องลงนามแต่งตั้งไปตามนั้น ผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์จะปฏิเสธการลงนามแต่งตั้งไม่ได้ เพราะนอกจาก
รัฐธรรมนูญจะไม่ได้ให้อำานาจไว้แล้ว การทำาเช่นนั้นยังเป็นการแสดงเจตจำานง
เป็นปฏิปักษ์ต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งประกอบด้วยสมาชิกซึ่งเป็นผู้แทน
เจตจำานงของราษฎรส่วนใหญ่ของประเทศด้วย โดยปกติผู้สำาเร็จราชการ
แทนพระองค์จึงต้องลงนามแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามที่สภาผู้แทนราษฎร
เสนอมา อย่างไรก็ดี หากผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ยืนยันว่าจะไม่ลง
นามแต่งตั้งบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอ ย่อมเหลือหนทางสุดท้ายก็
คือผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ต้องลาออก
การตัดสินพระทัยของพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาในกรณีนี้จึง
เป็นการกระทำาที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะช่วยลดการเผชิญหน้าระหว่างผู้
สำาเร็จราชการแทนพระองค์กับสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังเป็นการป้องกัน
มิให้เกิดวิกฤตในทางการเมืองด้วย เพราะขณะนั้นคณะผู้สำาเร็จราชการ
แทนพระองค์มีสมาชิกเพียง ๒ คน การแต่งตั้งนายควงเป็นนายกรัฐมนตรี
จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ทั้ง ๒ คนลงนาม หาก
พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาทรงยืนยันว่าจะไม่ลงพระนามและจะทรง
อยู่ในตำาแหน่งต่อไป การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีก็ไม่อาจสำาเร็จได้ เมื่อ
พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาทรงลาออก สภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีมติให้
๒๗
ปรีดีเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์แต่ผู้เดียว จากนั้นปรีดีจึงลงนาม
แต่งตั้งนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรีไปได้ ๒๘
132 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๒

