Page 139 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 139
กรณีย์นั้นเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ไม่มีผู้ใดกล่าวหาว่าข้าพเจ้า
ปฏิบัติการเกินขอบเขตพระราชอำานาจของพระมหากษัตริย์
เพราะทุกคนเข้าใจว่าเราปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของชาติ
ข้าพเจ้าไม่กลัวว่าจะต้องถูกชำาระโทษโดยรัฐบาลหรือโดย
ราษฎร ข้าพเจ้าหวังว่ารัฐสภาและราษฎรคงจะเข้าใจว่าสิ่งที่
ข้าพเจ้าได้ทำาไปหลายประการนั้นสอดคล้องกับหน้าที่ของ
ข้าพเจ้าในฐานะผู้สำาเร็จราชการที่ต้องปฏิบัติ” ๓๓
ปรารภให้นายกรัฐมนตรี
ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์
หลังจากที่มีประกาศสันติภาพในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
แล้ว อันที่จริงปรีดีจะต้องพ้นจากตำาแหน่งผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์
ในวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ อันเป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดลทรงบรรลุนิติภาวะ แต่โดยที่พระองค์ยังประทับอยู่ต่างประเทศ
และการคมนาคมไม่สะดวก จึงไม่สามารถเสด็จพระราชดำาเนินกลับสู่
พระนครและไม่สามารถทรงตั้งผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ด้วยพระองค์
๓๓ คำาตอบของนายปรีดี พนมยงค์ ต่อ คำาสัมภาษณ์ของ คลอเดีย รอสส์
แปลตามต้นฉบับภาษาอังกฤษบางกอกโพสท์ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๗,
(กรุงเทพฯ: ประจักษ์การพิมพ์, ๒๕๑๗), หน้า ๑๒.
ฉากแห่งชีวิตของปรีดี พนมยงค์ 137
เมื่อครั้งเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์

