Page 140 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 140

เองได้ สภาผู้แทนราษฎรจึงมีมติให้ปรีดีเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์
               ไปจนกว่าจะเสด็จสู่พระนคร ๓๔

                       ในช่วงสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์
               นั้น ปรีดีได้ปรารภกับนายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นว่า
               รัฐธรรมนูญได้ใช้บังคับมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว  และเหตุการณ์บ้านเมือง

               ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม
               รัฐธรรมนูญ  นายควงจึงนำาความดังกล่าวปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
               และในเวลาต่อมารัฐบาลของนายควงได้เสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร

               ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณาค้นคว้าตรวจสอบว่า ควร
               ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์
               ของบ้านเมืองและเพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นผลสมบูรณ์

               ยิ่งขึ้น ๓๕
                       คณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้นได้ดำาเนินการ

               ตลอดสมัยรัฐบาลของนายควง ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลที่มีนายทวี บุณยเกตุ
               และ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์
               ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกคณะหนึ่งเพื่อรวบรวมความเห็นและเรียบ

               เรียงบทบัญญัติเป็นร่างรัฐธรรมนูญ  เมื่อคณะกรรมการชุดนี้ดำาเนินการ
               แล้วเสร็จจึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไข จากนั้นได้มีการเสนอ

               ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ โดยสภาผู้




               ๓๔  ประกาศ ตั้งผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๒

                 ตอนที่ ๕๒ (๒๐ กันยายน ๒๔๘๘): ๕๕๙ - ๕๖๐.
               ๓๕  ดู คำาปรารภในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, ราชกิจจานุเบกษา

                 เล่ม ๖๑ ตอนที่ ๓๐ (๑๐ พฤษภาคม ๒๔๘๙): ๓๒๑.



               138     ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๒
   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145