Page 84 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 84
ท่านอาจารย์ควง ในฐานะที่มาปลดปล่อยพวกเราให้พ้นจากเผด็จการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ในระหว่างสงคราม การเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรใน
ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นท่านในฐานะผู้แทนราษฎรและนายก-
รัฐมนตรีในระหว่างที่ตอบกระทู้ของฝ่ายค้าน ตั้งแต่ครั้งนั้นแม้สมัยเรียน
อยู่ที่ธรรมศาสตร์ ก็ไม่เคยเห็นท่านอีก จนกระทั่งกว่ายี่สิบปีให้หลัง ในปี
๒๕๑๗-๒๕๑๘ หลังจากที่กระผมเป็นผู้พิพากษาอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม
มายี่สิบปี แล้วโอนย้ายมาเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์ ก็
พอดีได้รับมอบหมายจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปดูงานด้านกฎหมาย
ปกครองและศาลปกครองที่ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรีย ในขณะนั้น
ท่านอาจารย์ปรีดีย้ายจากประเทศจีนมาพำานักอยู่ที่ชานกรุงปารีสแล้ว
ขณะนั้นอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี ก่อนเดินทาง
ผมไปเข้าพบปรึกษาอาจารย์ป๋วย ถามท่านว่า “จะไปปารีสคราวนี้ ควร
จะไปเยี่ยมท่านผู้ประศาสน์การไหม” ท่านก็ถามผมว่า “คุณปรีดีเคยเรียน
หนังสือกับท่านหรือไม่” “เคยทำาวิทยานิพนธ์ให้ท่านแนะนำาหรือไม่” “เคย
ติดต่ออะไรกับท่านบ้างหรือไม่” ก็ปรากฏว่าผมไม่เคยมีความสัมพันธ์กับ
ท่านสักอย่าง นอกจากว่าเป็นชาวธรรมศาสตร์ เมื่อซักไซ้แล้ว อาจารย์ป๋วย
ท่านจึงตอบว่าอย่างนั้นไม่ไปก็ได้ ด้วยเกรงว่าหากไปเยี่ยมอาจารย์ปรีดี
พนมยงค์ แล้วกลับมาจะมีเรื่องไม่สะดวก ผมเรียนอาจารย์ป๋วยว่าในระยะ
หลังนี้ใครๆ จากเมืองไทยผ่านทางปารีสก็ไปเยี่ยมท่านปรีดีทั้งนั้น
ในใจผมคิดว่าคณะนิติศาสตร์เป็นไข่แดงของมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ เพราะแต่ก่อนนี้เรามี ธบ. อย่างเดียว ไม่มีคณะอื่น แม้มี
การทำาให้คณะกฎหมายมีความสำาคัญน้อยลง กระนั้นคณะนิติศาสตร์ก็ยัง
คงเป็น Main Faculty อยู่ดี เพราะเป็นคณะใหญ่ที่ตั้งอยู่ก่อนแล้ว กระผม
รำาพึงกับตัวเองว่าคณบดีคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
82 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๒

