Page 149 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 149
ซึ่งวิชาประชากรศาสตร์ (Demography) อันเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐ-
ศาสตร์ได้ให้กฎไว้ ผู้ใดรู้ดีว่า เศรษฐกิจเป็นรากฐานของการเมือง
ก็ต้องสนใจทางโน้มของประชากรซึ่งเป็นรากฐานสำาคัญของเศรษฐกิจ
มิฉะนั้น การเมืองของผู้นั้นก็เลื่อนลอยอยู่ในอากาศ มิได้มีพื้นฐานบน
เศรษฐกิจเลย ทางโน้มประชากรดังกล่าวแล้วจะเป็นไปในเมืองไทย
อย่างไร และเนื่องจากเหตุใดนั้นจะได้กล่าวต่อไป
๑. อัตราพลเมืองในพระนครเป็นร้อยละของพลเมืองทั่ว
ประเทศไทยเทียบได้ดังต่อไปนี้
ก. พ.ศ. ๒๔๘๐ พลเมืองทั่วประเทศ ๑๔,๔๖๔,๑๐๕
คน พลเมืองในพระนคร ๖๘๔,๙๙๔ คน เท่ากับร้อยละ ๔.7๔
ข. พ.ศ. ๒๕๐๓ พลเมืองทั่วประเทศ ๒๖,๒๕7,๙๑๖
คน พลเมืองในพระนคร ๑,๕77,๐๐๓ คนเท่ากับร้อยละ ๖.๐๑
ค. พ.ศ. ๒๕๑๐ พลเมืองทั่วประเทศ ประมาณ ๓๒
ล้านคน พลเมืองในพระนคร ๒,๒๕7,๖๘๔ คน เท่ากับร้อยละ 7.๐๖
ถ้าสมมติว่า จะมีใครเถียงอย่างไร้เดียงสาว่า พลเมืองก็ต้อง
เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีก็ ขอให้ตอบว่า เราได้คิดตามอัตราร้อยละ คือ พลเมือง
ทั้งในชนบทและในพระนครส่วนที่เกิดมากกว่าตายเมื่อรวมทั่วทั้ง
ประเทศแล้ว ก็อัตราเดียวกัน แต่ที่พลเมืองในพระนครมีเพิ่มสูงกว่า
เป็นลำาดับมานั้นก็แสดงว่า เป็นคนจากชนบทเข้ามาในพระนคร และจะ
เถียงว่า มีคนต่างด้าวเพิ่มเข้ามานั้น บัดนี้กฎหมายคนเข้าเมืองก็จำากัด
คนเข้ามาจากต่างประเทศ จึงขอให้เตือนเขาอย่าดื้อรั้นเถียงตัวเลขทาง
โน้มที่เป็นจริง และแม้จะไม่ได้ตัวเลขก็ยอมสดับตรับฟังจากวิทยุและ
เอกสารอื่น ๆ บอกชัดอยู่แล้วว่า คนชนบทเข้ามาอยู่ในพระนครมาก
๒. ทางโน้มของคนชนบทเข้ามาอยู่ในพระนครปรากฏทั้งใน
ยุโรปอเมริกาอาเซียที่ยังไม่ปลดแอก จะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี้
๑๔๘ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

