Page 156 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 156
๖-7 ปีจะเสร็จ ใช้เงินกู้บ้าง ต่างประเทศด้วยบ้าง รวม ๘๐๐ ล้าน
เหรียญ สรอ. จะได้ไฟฟ้า ๖ ล้านกิโลวัตต์ ว่า เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดเขื่อน
หนึ่งในโลก และยังทดนำ้าทำาให้ที่ดิน ๑๒ ล้านไร่ในภาคอีสานทำานาได้
ปีละ ๒ ครั้ง นี่ลองคิดดูบ้างว่า ชนบทในภาคนั้นจะเปลี่ยนโฉมหน้า
เหมือนดังที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป และชนบทของ สรอ. เองต้องเปลี่ยนไป
เพราะก่อน ๆ นั้น สรอ. ก็เป็นชนบท แต่เมื่อเครื่องมือกับไฟฟ้าเทคนิค
วิทยาศาสตร์พัฒนาไป ชาวนิโกรในชนบทก็รับบาป คือ ต้องทิ้งชนบท
เข้ามาเป็นคนในเมือง และชาวนาไทยในอนาคตจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่
แม้ในเกาหลีใต้ชาวนาก็ต้องประสบสภาพเช่นนั้น และยังมีบางแห่งที่มัก
จะไม่มีใครกล้าวิจัยว่า เหตุใดชาวนาที่นั้นจึงนิ่ง ๆ อยู่ จะนึกว่า คงทำา
นาสมัยศักดินากระนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้น คงไม่นิ่งอยู่ได้ คือ ต้องคิดว่า แม้
รัฐบาลที่นั่นไม่ช่วยเครื่องมือ แต่ตามระบบทุนนั้นพ่อค้าย่อมหัวแหลม
คือ หาเครื่องมือมาขาย หรือมีคนซื้อเอามารับจ้างชาวนาไถนา สภาพ
ของคนชนบทก็เปลี่ยนไป
๔. เป็นการง่ายสำาหรับคนที่มีสมองบริสุทธิ์ที่จะคิดว่า ถ้า
ไถนา ๒๐ ไร่ให้เสร็จใน ๑ วันนั้น ถ้าใช้ควายก็ประมาณ ๒๐-๕๐ ตัว
และใช้คน ๒๐-๕๐ คน แต่ใช้แทรกเตอร์เพียง ๑ คัน ใช้คนคนเดียวก็
ไถนา ๒๐ ไร่เสร็จใน ๑ วันได้ แรงงานคนก็ลดน้อยลงอย่างมาก
ในไม่ช้าคนที่ปลดปล่อยนั้นก็ต้องเข้ามาในเมืองเพื่อหากินเป็นกรรมกร
หรือมาตกค้างเป็นกองทัพผู้ว่างงาน ดั่งที่ชาวนิโกรอเมริกันเป็นอยู่ และ
ในเมืองไทยกำาลังจะเป็นเช่นนั้นดังที่มีข่าวอยู่บ่อย ๆ แล้วว่า คนว่างงาน
ในนครมากและมีอันธพาล
๕. คนธรรมดาสามัญย่อมรู้และได้สติว่า คนน้อยจะไปทำา
วงล้อมคนมากกว่าได้อย่างไร? ขณะที่คนชนบทใดมีมากกว่าคนใน
เมืองก็ตั้งวงล้อมได้ แต่ถ้าเมื่อใดประชากรเป็นไปตามกฎวิทยาศาสตร์
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๕๕

