Page 160 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 160
ของนายพจน์ สารสิน เมื่อ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๙ ปรากฏว่า อัตราส่วน
ร้อยของชาวนาที่เช่านาผู้อื่นทำา คือ (๑) ภาคอีสานร้อยละ ๑๓ (๒) ภาค
ใต้ร้อยละ ๑๕ (๓) ภาคเหนือร้อยละ ๒๔ (๔) ภาคกลางร้อยละ ๕๖
ถัวเฉลี่ยทั่วประเทศร้อยละ ๒7 ดังนี้ ตามสติแห่งสามัญสำานึกก็เห็น
ได้แล้วว่า คะแนนเสียงชาวนายากจนที่เช่านาผู้อื่นทำาร้อยละ ๒7 นั้น
ก็ยังเป็นส่วนน้อยซึ่งไม่สามารถตะล่อมคะแนนเสียงของพรรคอื่น ๆ ใน
เมืองได้ และถ้าจะพิจารณารายละเอียดให้รู้คำาว่า “ภาค” ตามภววิสัย
ไม่ใช่ตามนามธรรม ก็จะเห็นว่า ภาคนั้นประกอบด้วยท้องที่กว้างขวาง
อันเป็นท้องที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญก็มี และที่อยู่ใกล้คมนาคม
และใกล้ในเมืองก็มี ฉะนั้น ก็น่าคิดว่า ชาวนาที่ต้องเช่านาทำาเป็นส่วน
มากนั้น ตามอัตราดังกล่าวแล้วก็มีอยู่เฉพาะบางท้องที่ของภาคหนึ่ง ๆ
หาใช่ทั่วทั้งภาคไม่ และน่าได้สติว่า ชาวนายากจนร้อยละ ๑๓ ของภาค
อีสานจะตะล่อมเสียงทั้งภาคอีสานได้อย่างไร ร้อยละ ๑๕ ของภาคใต้
จะตะล่อมภาคใต้ได้อย่างไร ร้อยละ ๒๔ ของภาคเหนือจะตะล่อมภาค
เหนือได้อย่างไร ส่วนในภาคกลางที่ถัวเฉลี่ยทั้งภาคมีผู้เช่านาร้อยละ
๕๖ นั้นก็ปรากฏว่า เป็นเรื่องของส่วนถัวเฉลี่ย เพราะมีในเขตที่ดิน
ไม่สมบูรณ์ เช่น บริเวณซึ่งเดิมเรียกว่า ทุ่งหลวง อันได้แก่บางส่วนของ
จังหวัดอยุธยา บางส่วนของปทุมธานี บางส่วนของสระบุรี บางส่วนของ
ฉะเชิงเทรา บางส่วนของอำาเภอมีนบุรี ซึ่งบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม
เดิมเป็นเจ้าที่ดินใหญ่ แล้วต่อมาก็มี ม.ร.ว.สุวพันธุ์ รับช่วง บริเวณนั้น
มีผู้เช่านาร้อยละ 7๖ แต่เมื่อถัวทั้งภาคกลางอีกมากมายหลายจังหวัด
ซึ่งมีผู้เช่านาอัตราส่วนน้อยกว่านั้น ก็ทำาให้ส่วนถัวเฉลี่ยทั่วทั้งภาคเป็น
ร้อยละ ๕๖ แม้กระนั้นก็ดีลองถามเด็ก ๆ ที่เล่นล้อมวงว่า คน ๕๖ คน
จะล้อมวงคน ๔๔ คนได้หรือไม่ เพราะแม้ ๕๖ จะมากกว่า ๔๔ ก็เป็น
จำานวนมากที่ไล่เลี่ยเหลือเกิน
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๕๙

