Page 31 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 31
ปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ต่อไป รวมระยะเวลาที่นายปรีดีฯ ดำารง
ตำาแหน่งนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓ ครั้ง ๔ เดือน ๒๒ วัน
ภายหลังที่ได้ลาออกจากตำาแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว นาย
ปรีดีฯ ในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลของพลเรือ
ตรี ถวัลย์ ธำารงนาวาสวัสดิ์ ให้เป็นหัวหน้าคณะทูตสันถวไมตรี เดิน
ทางไปเยือนมิตรประเทศต่าง ๆ และได้ไปช่วยเหลือคณะผู้แทนไทย
ซึ่งไปร่วมประชุมสหประชาติ ซึ่งการเดินทางดังกล่าวได้มีส่วนเพิ่มพูน
เกียรติภูมิของชาติเป็นอันมาก ต่อมานายปรีดีฯ ได้ลาออกจากสมาชิก
ภาพของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๐ หลังจาก
ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่วันที่
๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐ บุคคลคณะหนึ่งใช้ชื่อ
ว่า “คณะรัฐประหาร” ทำาการยึดอำานาจรัฐ ได้ส่งกำาลังทหารเข้าระดม
ยิงทำาเนียบท่าช้าง (วังหน้า) ซึ่งรัฐบาลให้เป็นที่พำานักอาศัยของ
นายปรีดีฯ และครอบครัว และบุกเข้าไปในทำาเนียบเพื่อจับกุมนายปรีดีฯ
แต่นายปรีดีฯ เล็ดลอดหลบหนีไปได้ และต่อมาได้เดินทางไปอาศัยอยู่ที่
สิงคโปร์ และเดินทางต่อไปอาศัยอยู่ในประเทศจีน ซึ่งขณะนั้นจอมพล
เจียง ไคเช็ค ยังมีอำานาจปกครองแผ่นดินส่วนใหญ่ของประเทศจีนอยู่
ภายหลังที่นายปรีดีฯ ได้เดินทางออกไปนอกประเทศแล้ว
คณะบุคคลซึ่งกุมอำานาจในประเทศได้แพร่ข่าวให้ร้ายนายปรีดีฯ ว่า
มีส่วนพัวพันกับกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดล ซึ่งในกาลต่อมานายปรีดีฯ ได้ยื่นฟ้องผู้ที่โฆษณาใส่ร้าย
ต่อศาลยุติธรรม จนกระทั่งจำาเลยในคดีต่าง ๆ ดังกล่าวได้ยอมประกาศ
ขอขมานายปรีดีฯ การโฆษณาใส่ร้ายนายปรีดีฯ ในกรณีสวรรคตมีทั้ง
เพื่อเหตุผลในทางการเมือง ทั้งเหตุผลในด้านความอิจฉาริษยา และ
๓๐ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

