Page 28 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 28
เป็นงานที่ล่อแหลมต่ออันตรายและมีเอกราชอธิปไตยของชาติไทยเป็น
เดิมพัน นายปรีดีฯ หรือ “รูธ” แห่งองค์การขบวนเสรีไทยจึงต้องปฏิบัติ
การอย่างสุขุมรอบคอบทุกขั้นตอน อีกทั้งด้วยความกล้าหาญและ
เสียสละ จนกระทั่งได้รับการรับรองและยกย่องจากฝ่ายสัมพันธมิตร
เป็นตัวแทนของประเทศไทย การปฏิบัติงานรับใช้ชาติดังกล่าวมีวัตถุ
ประสงค์ที่สำาคัญ ๒ ประการ คือ ต่อสู้ญี่ปุ่นผู้รุกราน และปฏิบัติการ
เพื่อให้ฝ่ายสัมพันธมิตรยอมรับรองว่า ประเทศไทยไม่ตกเป็นฝ่ายแพ้
สงคราม และการผ่อนหนักเป็นเบา ภารกิจดังกล่าวเป็นผลสำาเร็จ
และเมื่อญี่ปุ่นยอมจำานนแก่ฝ่ายสัมพันธมิตรแล้ว นายปรีดีฯ ผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันท-
มหิดลได้ “ประกาศสันติภาพ” เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
มีผลให้การประกาศสงคราม เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕
ต่อบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลของจอมพล แปลก
พิบูลสงคราม เป็นโมฆะ ไม่ผูกพันประชาชนชาวไทย
เมื่อได้ประกาศสันติภาพซึ่งถือว่าสถานะสงครามได้สิ้นสุด
ลงแล้ว นายปรีดีฯ ผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์จึงได้อัญเชิญสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จกลับประเทศไทย ในระหว่างนั้น
สภาผู้แทนราษฎรกำาลังดำาเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้เป็น
ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามสภาพและเหตุการณ์บ้านเมืองที่
ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การยกเลิกบทเฉพาะกาล
อันมีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔7๕ นายปรีดีฯ ซึ่ง
ขณะนั้นดำารงตำาแหน่งผู้สำาเร็จราชการฯ ได้เป็นผู้ปรารภเรื่องนี้กับนาย
ควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ก่อนสงครามสงบลง ซึ่งรัฐบาลก็ได้
เสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง
เพื่อดำาเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่กลางปี ๒๔๘๘ ซึ่งต่อมา
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๒7

