Page 27 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 27

ภายหลังที่กองทัพญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร
            ได้ลงมติแต่งตั้งให้นายปรีดีฯ เป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จ

            พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ คนหนึ่งในคณะผู้สำาเร็จราชการฯ ซึ่งมีพระเจ้า
            วรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา  เป็นประธาน  เมื่อวันที่
            ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ การที่นายปรีดีฯ ต้องพ้นจากคณะรัฐบาล
            ไปดำารงตำาแหน่งสูงที่ไม่มีอำานาจทางการเมืองครั้งนั้น สืบเนื่องมาจาก

            ความประสงค์ของทางการญี่ปุ่น ด้วยญี่ปุ่นเห็นว่า นายปรีดีฯ เป็น
            ผู้นิยมฝ่ายสัมพันธมิตร สำาหรับนายปรีดีฯ นั้นมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ
            หน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้สำาเร็จราชการฯ ยับยั้งระบบเผด็จการ

            ซึ่งกำาลังก่อตัวขึ้นในประเทศไทยในสมัยนั้น  และขณะเดียวกัน
            ปฏิบัติการเพื่อให้ชาติไทยสามารถคงรักษาไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยอย่าง
            สมบูรณ์ ซึ่งนายปรีดีฯ ได้ใช้ความสามารถ ความพากเพียร และความ
            กล้าหาญ ทำาการจนกระทั่งเป็นผลสำาเร็จตามวัตถุประสงค์ในระหว่าง

            สงครามโลกครั้งที่ ๒ กล่าวคือ สามารถยับยั้งพระราชกฤษฎีกาให้
            อำานาจผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำานาจสั่งการทุกกระทรวงทบวงกรม
            ได้ ระหว่างปี ๒๔๘๕-๒๔๘๖ และในที่สุดก็เป็นผู้มีส่วนให้รัฐบาลของ

            จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำาแหน่ง
            ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ เมื่อปี ๒๔๘7 ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม
            พ.ศ. ๒๔๘7 สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติตั้งนายปรีดีฯ เป็นผู้สำาเร็จ
            ราชการแทนพระองค์แต่ผู้เดียว

                     ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ นายปรีดีฯ ร่วมกับคนไทย
            ซึ่งรักชาติทั้งภายในและภายนอกประเทศ จัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้น
            เพื่อร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรต่อต้านและกวาดล้างกองทหารญี่ปุ่น

            ในประเทศไทยและเพื่อให้ประเทศไทยได้กลับคืนสู่สถานะก่อนวันที่
            ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยที่งานรับใช้ชาติที่มีความสำาคัญยิ่งคราวนั้น



            ๒๖     ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓
   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32