Page 63 - 78 ปี วันสันติภาพไทย "เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง"
P. 63
36
ผ้าขาวม้า ไม่ใส่เสื�อ พวกผู้หญิงนุ่งซำิ�นหรือผ้าถุง หรือโจงกระเบนใส่เสื�อ
แขนกระบอก หรือใช้ผ้าผืนเดียวคาดอก เวลาอยู่กับบ้านใส่เสื�อชั�นในตัวเดียว
37
บางคนไม่ใส่อะไรท่อนบนเลย ทั�งผู้หญิงผู้ชายไม่สวมรองเท้า
การแต่งกายดังกล่าวรัฐบาลเห็นเป็นเรื�องน่าอับอายสำาหรับประเทศที�
กำาลังจะเป็นมหาอำานาจ จ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยแนะนำาให้คนไทย
แต่งกายตามระเบียบที�วางไว้เพื�อเป็นที�เชิดหน้าชูตาของชาติโดยให้ผู้ชาย
ใส่หมวก รองเท้าหุ้มส้น ถุงเท้า เสื�อนอก กางเกงขายาว ผู้หญิงมีหมวก
กระโปรง เสื�อนอกคลุมไหล่ รองเท้า รัดส้นหรือหุ้มส้น ส่วนถุงเท้าจะใส่หรือ
ไม่ใส่ก็ได้ สีเครื�องแต่งกายนั�น ถ้าเป็นงานกลางแจ้งควรใช้สีเทา สีคราม
สีกากี หรือสีเปลือกไม้ ถ้าเป็นงานในร่มหรือเกี�ยวกับเครื�องจักร ควรใช้
สีนำาเงินแก่
ท่านผู้นำามีสาส์นวิงวอนให้ประชาชนชาวไทยย่ดมั�นว่า ต้องแต่งกาย
ให้เรียบร้อยถูกแบบอารยะ ผู้หญิงต้องสวมหมวก เรื�องหมวกนี�เป็นเรื�อง
สำาคัญจริง ๆ เพราะเป็นการสร้างชาติอย่างหน่�ง ทำาให้ประเทศอยู่ในระดับ
38
เสมออารยประเทศ และรักษิาเอกราชของชาติให้วัฒนาถาวรสืบไป แม้จะ
อยู่ในยามศ่กสงคราม ก็ต้องไม่ลืมใส่หมวก หลังการประกาศสงครามกับฝ่าย
สัมพันธมิตรเพียงวันเดียว นายกรัฐมนตรีออกประกาศทางวิทยุกระจายเสียง
ว่า “พี่น้องสตรีอย่านึกว่า ยามศึกไม่จำาเป็นจะต้องสวมหมวก การสวมหมวก
ยามนี้ยิ่งจะจำาเป็นมากกว่ายามใด ๆ” 39
ลักษิณะรูปแบบสีสัน และกฎเกณฑู์การสวมหมวกมีชี�แจงไว้อย่าง
ละเอียด เช่น หมวกอาจทำาด้วยฟาง ผ้า แพร สักหลาด ใบลาน หรือไม้สาน
ควรเป็นสีกลมกลืนกับเสื�อผ้า เช่น สีขาว สีดำา สีเนื�อ สีนำาตาล สีนำาเงิน หมวก
36
สังข์ พัธโนทัย, อ้างแล้ว, หน้า 243-244.
37
“รัฐนิยมฉบับที� 10 เรื�องการแต่งกายของชาวไทย,” อ้างแล้ว.
38
กรมโคสนาการ, “เรื�องการสรวมหมวก,” ประมวลคำาปราศรัยและสุนทรพจน์ของ ฯพณฯ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม, หน้า 38.
39
ศรีกรุง, 28 มกราคม 2485.
62 เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

