Page 24 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 24

จนกระทั่งปี ๒๔๕๖ มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติขนาน
            นามสกุล นายเสียงจึงขอให้พระสุวรรณวิมลศีล เจ้าคณะเมืองในเวลา

            นั้นช่วยตั้งนามสกุลให้  พระสุวรรณวิมลศีลซึ่งทราบเรื่องราวเกี่ยวกับ
            บรรพบุรุษของนายเสียง จึงตั้งนามสกุลให้ว่า “พนมยงค์”


               การศึกษาในชวงตน



                     เด็กชายปรีดีเริ่มเรียนหนังสือกับครูแสงที่ตำาบลท่าวาสุกรีก่อน
            ต่อมาจึงย้ายไปอำาเภอท่าเรือ เพื่อศึกษากับหลวงปราณีประชาชน (เปียม

            ขะชาติ) และเรียนต่อที่โรงเรียนวัดรวก ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐประจำาอำาเภอ
            ท่าเรือ จนสอบไล่ได้ชั้น ๑ แห่งประโยค ๑ ในปี ๒๔๕๔ ซึ่งในเวลานั้น
            ยังคงเป็นระบบการศึกษาแบบเก่า  แต่เมื่อกระทรวงธรรมการจำาแนก
            หลักสูตรการศึกษาใหม่เป็นชั้นมูล ประถม และมัธยมแล้ว เด็กชายปรีดี
            จึงเข้าศึกษาในโรงเรียนวัดศาลาปูน ในอำาเภอกรุงเก่า
                     เมื่อจบชั้นประถม  ก็ย้ายไปศึกษาชั้นมัธยมในเมืองหลวงที่

            โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร และย้ายกลับมาศึกษาต่อโรงเรียนตัวอย่าง
            มณฑลกรุงเก่า จนสอบไล่ได้ชั้นมัธยม ๖ ในปี ๒๔๕๘ แล้วกลับเข้าไป
            ศึกษาต่อในโรงเรียนสวนกุหลาบอีก ๖ เดือน



               ประสบการณ์ชีวิตชาวนา


                     หลังจากนั้น  เด็กชายปรีดีจึงกลับมาช่วยนายเสียงผู้เป็น
            บิดาทำานาที่ตำาบลอู่ตะเภา (ปัจจุบันคือ อำาเภอวังน้อย) เขาได้สัมผัส

            ประสบการณ์ครั้งแรกในการลงมือช่วยบิดาทำานาด้วยตนเอง รวมถึงการ
            สังเกตถึงปัญหาประการต่างๆ และวิถีชีวิตอันแท้จริงของชาวนา เช่น




            24           ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29