Page 115 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 115
ครั้นเมื่อกรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์สิ้นพระชนม์ในเดือนสิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๗๘ สภาจึงมีมติตั้งเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน)
เข้ามาแทน โดยให้พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาเป็นประธานคณะผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์ และเจ้าพระยายมราชเป็นสมาชิกในคณะผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์เช่นเดิม ๖
คณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ชุดนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่เรื่อยมา
จนกระทั่งเจ้าพระยายมราชถึงแก่อสัญกรรมในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑
แต่สภาก็มิได้ตั้งผู้ใดเข้ามาแทน จนล่วงเลยมาถึงปลาย พ.ศ. ๒๔๘๔ รัฐบาล
จึงเสนอไปยังสภาว่า ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามแล้ว บรรดากิจการ
ของรัฐควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบกว่าปกติ ประกอบกับเจ้า-
พระยาพิชเยนทรโยธินก็ชราภาพและสุขภาพไม่สมบูรณ์ สมควรตั้งซ่อม
คณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ โดยรัฐบาลในเวลานั้นซึ่งมีจอมพล ป.
พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้เสนอชื่อนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งขณะ
นั้นดำารงตำาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้สำาเร็จราชการ
แทนพระองค์ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีมติเห็นชอบตามที่รัฐบาลเสนอ ๗
๕ ประกาศพิเศษ เรื่อง ตั้งคณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์, ราชกิจ-
จานุเบกษา เล่ม ๕๑ (๗ มีนาคม ๒๔๗๗): ๑๓๓๒ - ๑๓๓๓ .
๖ ประกาศ ตั้งซ่อมคณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์และตั้งประธาน
คณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ใหม่, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒
(๒๑ สิงหาคม ๒๔๗๘): ๑๒๖๐ - ๑๒๖๒.
๗ ประกาศ ตั้งซ่อมคณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์, ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๘ (๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๔): ๑๘๒๑ - ๑๘๒๓.
ฉากแห่งชีวิตของปรีดี พนมยงค์ 113
เมื่อครั้งเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์

