Page 116 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 116
การที่ปรีดีต้องออกจากรัฐบาลเพื่อไปรับตำาแหน่งผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์นี้เป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับการ
ดำาเนินนโยบายในยามสงคราม ปรีดีได้บันทึกเหตุการณ์ในห้วงเวลานี้เอา
ไว้ว่า
“ฝ่ายญี่ปุ่นที่เข้ายึดประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม
๒๔๘๔ นั้น ได้แจ้งต่อ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายก-
รัฐมนตรี ว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ขัดขวางไมตรีระหว่างญี่ปุ่นกับไทย
จึงขอให้รัฐบาลไทยจัดการให้ข้าพเจ้าออกจากรัฐบาลโดยให้
ไปอยู่ในตำาแหน่งอื่นที่ไม่มีอำานาจทางบริหาร จอมพล ป.
พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ให้ พล.ต.อ. อดุล อดุลเดชจรัส
แจ้งแก่ข้าพเจ้าว่าขอให้ข้าพเจ้าลาออกจากตำาแหน่งรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าข้าพเจ้าเห็นชอบด้วยก็จะเสนอ
สภาผู้แทนราษฎรให้ลงมติแต่งตั้งข้าพเจ้าเป็นผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์ในตำาแหน่งที่ว่างอยู่” ๘
ทั้งนี้ ปรีดีได้บันทึกเหตุผลที่ยอมไปรับตำาแหน่งดังกล่าวด้วยว่า
“ตำาแหน่งผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์โดยเนื้อแท้
แล้วไม่มีภาระมาก จึงช่วยให้ข้าพเจ้ามีเวลาที่จะจัดขบวนการ
๘ ปรีดี พนมยงค์, “ความเป็นไปภายในคณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์,”
ใน เบื้องแรกประชาธิปตัย เล่ม ๑, พิมพ์ครั้งที่ ๒ (กรุงเทพฯ: สมาคมนักข่าว
นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, ๒๕๕๙), หน้า ๗๖ - ๗๗.
114 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๒

