Page 113 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 113
“ผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์”
ในฐานะผู้รักษาการในตำาแหน่งประมุขของรัฐ
ผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ (regent) เป็นตำาแหน่งที่รัฐธรรมนูญ
กำาหนดให้มีขึ้นเพื่อทำาหน้าที่ประมุขของรัฐในเวลาที่พระมหากษัตริย์ไม่
สามารถทรงบริหารพระราชภาระได้ หรือกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงและยัง
ไม่มีการอัญเชิญพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ขึ้นทรงราชย์ คนไทยในยุค
หลังอาจไม่คุ้นเคยกับตำาแหน่งนี้ แต่หากย้อนกลับไปพิจารณาช่วงหลัง
เปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ๆ จะพบว่าตำาแหน่งนี้มีบทบาทสำาคัญยิ่ง
กล่าวคือเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก ฯลฯ พระ-
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชหัตถเลขาลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
ทรงสละราชสมบัติ และโดยที่ทรงสละพระราชสิทธิที่จะทรงสมมติเจ้านาย
พระองค์ใดพระองค์หนึ่งให้เป็นรัชทายาท สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ลงมติ
เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ เห็นชอบในการอัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ
๓
พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป แต่โดยที่
ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา
ยังทรงพระเยาว์อยู่ จึงต้องมีผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ทำาหน้าที่ประมุข
ของรัฐไปจนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ สภาผู้แทนราษฎรจึงอาศัยอำานาจ
๓ ประกาศ สภาผู้แทนราษฎรรับทราบในการที่พระบาทสมเด็จพระ-
ปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ
และลงมติเห็นชอบในการอัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันท-
มหิดล ขึ้นทรงราชย์, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๑ (๗ มีนาคม ๒๔๗๗):
๑๓๓๐ - ๑๓๓๑.
ฉากแห่งชีวิตของปรีดี พนมยงค์ 111
เมื่อครั้งเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์

