Page 123 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 123
พบว่าในหมวดคณะรัฐมนตรีมีบทบัญญัติมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติ
ให้พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำานาจในการประกาศสงคราม และ
มาตรา ๕๗ บัญญัติให้พระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน
ต้องมีรัฐมนตรีนายหนึ่งลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิด-
ชอบ นั่นคือโดยปกติเมื่อคณะรัฐมนตรีตัดสินใจแล้วว่าจะประกาศสงคราม
คณะรัฐมนตรีจะถวายคำาแนะนำาให้พระมหากษัตริย์มีพระบรมราช-
โองการประกาศสงคราม และให้รัฐมนตรีนายหนึ่งซึ่งกรณีนี้คือนายก-
รัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการและเป็นผู้รับผิดชอบ
ในผลแห่งการประกาศสงคราม ทั้งนี้ แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้บัญญัติว่าการ
ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องกระทำาเมื่อใด แต่โดยวัตถุ-
ประสงค์ของการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ (countersign) ซึ่ง
ต้องการให้ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการรับรองพระปรมาภิไธย
ว่าเป็นพระปรมาภิไธยอันแท้จริงของพระมหากษัตริย์ ตลอดจนตรวจ
สอบความถูกต้องในทางแบบพิธีและในทางเนื้อหาของพระบรมราช-
๑๖
โองการ การลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจึงต้องกระทำาภายหลัง
จากที่พระมหากษัตริย์หรือในกรณีนี้คือคณะผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์
ลงนามแล้ว โดยสภาพของเรื่อง การที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายก-
รัฐมนตรีในเวลานั้นได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเสียก่อน แล้ว
จึงค่อยนำาร่างพระบรมราชโองการประกาศสงครามไปให้คณะผู้สำาเร็จ
ราชการแทนพระองค์ลงนามจึงน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
๑๖ หยุด แสงอุทัย, กฎหมายรัฐธรรมนูญ, พิมพ์ครั้งที่ ๓ (พระนคร : คณะ
รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๕), หน้า ๑๘๖ - ๑๘๗.
ฉากแห่งชีวิตของปรีดี พนมยงค์ 121
เมื่อครั้งเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์

