Page 105 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 105
ต้องครำ่าเคร่งกับเรื่องการฟ้องคนต่าง ๆ เพื่อความบริสุทธิ์ของท่าน
ในการสวรรคต และภาพสุดท้าย ก็คือ ภาพที่ท่านเสียชีวิตอยู่ที่โต๊ะ
ทำางาน และเมื่อนึกถึงจิตใจของท่าน ก็จะคิดถึงความปวดร้าวของท่าน
เมื่อท่านลี้ภัยออกไปจากเมืองไทย และได้ข่าวทยอยมาเรื่อย ๆ ว่า
ครอบครัวของท่านถูกกลั่นแกล้งรังแก พรรคพวกที่ใกล้ชิดของท่านถูก
จับเข้าคุกบ้าง และถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมมากมายหลายคน โดยที่
ท่านไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้เลย ท่านเป็นคนที่รักลูกน้อง แต่
ไม่มีปัญญาที่จะเอาเงินมาจับจ่ายให้ลูกน้องได้รำ่ารวยเป็นราย ๆ ไป
เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาทำากัน
คุณพูนศุขเคยเล่าว่า ตอนก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
๒๔7๕ นั้นท่านมีโรงพิมพ์เล็ก ๆ ของท่านเอง โดยท่านพิมพ์หนังสือ
นิติสาส์นออกขาย ซึ่งขายดีเป็นเทนำ้าเทท่า คนในบ้านสนุกกับการ
ห่อหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตามที่คนสั่งจองมา เรียกว่า มีเงินมีทอง
ของตัวเองพอกินพอใช้เลยทีเดียว ครั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว
ท่านกลับไม่มีสมบัติเหลือเลย ลูกเต้าไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนลูกของ
เพื่อน แต่ท่านยอมรับสภาพต่าง ๆ อย่างอาจหาญและแสนที่จะอดทน
อุตส่าห์ประคับประคองหัวใจที่ยับเยินแหลกลาญของท่าน ให้คงเป็น
รูปร่างเท่าที่พอจะทำาได้ ท่านยังรักเมืองไทย ยังอยากกลับมาบ้านเกิด
เมืองนอนของท่าน แต่ท่านตั้งใจไว้แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวว่า จะไม่กลับมา
จนกว่าผู้คนจะเข้าใจและเชื่อในความบริสุทธิ์ของท่าน ท่าน (และเรา)
มั่นใจว่า วันนั้นจะต้องมีมาแน่ แต่เสียดายที่ท่านอยู่ไม่ถึง
มีเหตุการณ์หลายอย่างในยุคปัจจุบันนี้ที่ชวนให้ดิฉันคิดถึง
ท่าน เช่น เรื่องป่าไม้ ท่านเคยเตือนนายกรัฐมนตรีในสมัยสงครามว่า
ไม้สักในประเทศกำาลังจะหมดไป ฉะนั้น ควรจะถือเป็นเรื่องด่วนที่จะ
รณรงค์ปลูกไม้สักใหม่ในทันที หาไม่แล้วอีก ๕๐ ปี จะไม่มีเหลือเลย
คำาตอบที่ท่านได้รับก็คือ “โธ่ อาจารย์เอาอะไรมาพูด อีก ๕๐ ปี เราจะ
๑๐๔ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

