Page 110 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 110
เดือดร้อนในการทำามาหากิน โดยบิดาบอกแก่เพื่อนชาวนาถึงเรื่องที่
ตนได้ยินพระยาไชยวิชิตสิทธิสาตรา (นาค ณ ป้อมเพชร์) ผู้เคยร่วม
กับกลุ่มเจ้านายและข้าราชการ (ตั้งแต่เป็นหลวงวิเศษสาลี) เรียกร้อง
รัฐธรรมนูญจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี
ร.ศ. ๑๐๓ เล่าให้ฟังว่า ที่อังกฤษมี “สภาผู้แทนราษฎร คือ สภาที่
ราษฎรเลือกผู้แทนไปประชุม ผู้ใดมีความทุกข์ร้อนอย่างใดก็แจ้งแก่
ผู้แทนของตนไปขอร้องรัฐบาลได้” ๔
เหตุการณ์นี้แม้จะเป็นเพียงสำานึกที่ปรีดีพอจำาได้เป็นเค้า
ราง ๆ แต่ก็มีผลต่อพัฒนาการทางความคิดในระยะเวลาต่อมาอย่าง
มีนัยสำาคัญ เพราะการที่ปรีดีได้ยินและได้ทราบถึงวิธีการปกครองแบบ
มีสภาผู้แทนราษฎรอันจะประโยชน์แก่ราษฎรในขณะนั้น ก็เปรียบ
เสมือนว่า เมล็ดพันธุ์ที่เรียกว่า สภาผู้แทนราษฎร ได้หว่านลงในจิต
สำานึกของเด็กชายปรีดีแล้ว
ครั้นเมื่อปรีดีเข้าเรียนชั้นมัธยม ปรีดีได้พบกับเหตุการณ์ซึ่ง
เป็นการนำาพาประเทศไปสู่การมีสภาผู้แทนราษฎรโดยการเปลี่ยนแปลง
การปกครองจากระบอบที่มีกษัตริย์อยู่เหนือกฎหมายมาเป็นระบอบ
ประชาธิปไตย เหตุการณ์แรก คือ การล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิ-
ราชย์และสถาปนาระบอบสาธารณรัฐในประเทศจีน และเหตุการณ์
ต่อมา คือ “กบฏ ร.ศ. ๑๓๐”
ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีอิทธิพลต่อการกระตุ้น
จิตสำานึกของปรีดีอยู่ไม่น้อย ประกอบกับความรู้ทางทฤษฎีที่ปรีดีได้
๔ ปรีดี พนมยงค์, ประสบการณ์และความเห็นบางประการของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี
พนมยงค์ สัมภาษณ์โดย ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, จัดพิมพ์โดย คณะกรรมการดำาเนินงาน
ฉลอง ๑๐๐ ปีชาตกาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ภาคเอกชน, พิมพ์ครั้งที่ ๒
(กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กังหัน, ๒๕๔๒), น. ๓7-๓๘.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๐๙

