Page 183 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 183

กลางมากน้อยเพียงใด และถ้ายิ่งระบบทุนดำาเนินไปเร็ว ชนชั้นวรรณะ
            กลางที่เพิ่มขึ้นเร็ว ปัญหาสำาคัญในทางทฤษฎียังมีอีกว่า

                             (๑) แฟลตอันเป็นที่อาศัยของบุคคลนั้นถือว่า เป็น
            ปัจจัยการผลิตหรือไม่ ตามลัทธิสังคมนิยมที่มุ่งเอาปัจจัยการผลิตเป็น
            ของสังคมนั้นเกี่ยวข้องอย่างไรกับแฟลตอันเป็นที่อาศัยอยู่หรือไม่
                             (๒)  ถ้าผู้ซื้อแฟลตมิใช่มีรายได้จากการกดขี่

            ขูดรีด แต่เป็นการเอาเงินที่ประหยัดโดยนำ้าพักนำ้าแรงของตนตามวิธี
            การประหยัดต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว จะถือว่าเป็นทุนได้อย่างไรหรือไม่
            ให้ศึกษาดูในแถลงการณ์ ๑๘๔7 ที่กล่าวว่า รายได้ที่บุคคลหามาได้ด้วย

            แรงงานของตนนั้นมิใช่เป็นสิ่งที่จะต้องแตะต้อง แต่ปัญหาก็มีต่อไปอีก
            ถึงอัตรารายได้ที่ลูกจ้างในวิสาหกิจมีอยู่แต่ก่อน ๆ ว่า แพงไปหรือไม่มี
            ค่าส่วนเกินหรือไม่ ทั้งนี้ ก็มีผู้แย้งอีกว่า ในสังคมที่อัตราเงินเดือนยังมี
            แตกต่างกันอยู่ก็ได้อธิบายกันไว้ว่า เป็นค่าแรงตามคุณภาพของแรงทาง

            กายหรือทางสมอง ดังนั้น ผู้ที่ได้เงินเดือนไม่สูงเกินไป แต่แทนที่เขาจะ
            สุรุ่ยสุร่ายใช้เงินเดือนให้หมดในทันที เช่น ได้เดือนละ ๑ พันบาทแต่เขา
            จะเก็บไว้เดือนละ ๒๐๐ บาท คือ ใช้เพียงเดือนละ ๘๐๐ บาท เช่นนี้เงิน

            ที่เขาออมทรัพย์ไว้เดือนละ ๒๐๐ บาทนั้น เมื่อ ๒๐ ปีก็เป็นเงิน ๔ หมื่น
            ๘ พันบาท จะถือว่าเขากดขี่ขูดรีดชนชั้นวรรณะใด ปัญหาเรื่องนี้ก็ยังมี
            อีกมากซึ่งจะต้องคอยศึกษาต่อไป และเรื่องนี้ก็ต้องทำาดั่งที่คติพจน์สอน
            ไว้ว่า ต้องศึกษาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจากผู้ใดทั้งสิ้น ผู้ใดมีพื้นฐานเศรษฐกิจ

            ถึงขนาดไหน ก็มีทรรศนะทางการเมืองขนาดนั้น แต่โลกทุกวันนี้กำาลัง
            เคลื่อนไหวมีการเศรษฐกิจของระบบทุนที่ก้าวหน้า ก็ต้องศึกษาให้รู้ถึง
            ระบบทุนพัฒนาอย่างไร และวิทยาศาสตร์สังคมที่แท้จริงจะต้องดำาเนิน

            อย่างไร





            ๑๘๒    ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓
   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188