Page 187 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 187
ไม่หมายไปถึงผู้ที่ทำาการเพาะปลูกพืชล้มลุกอย่างอื่น เช่น ข้าวโพด
ปอ อ้อย ฯลฯ ซึ่งเรียกกันว่า ชาวไร่ ฉะนั้น เขาจึงได้เติมคำาว่า ชาวไร่
ต่อท้ายชื่อพรรคของเขาเพื่อประสงค์ให้เป็นการรวมหมายถึงผู้ทำาการ
เพาะปลูกพืชต่าง ๆ ก็เป็นได้ ส่วนพรรคสัมมาชีพช่วยชาวนา ซึ่งก็มี
วัตถุประสงค์ช่วยทั้งชาวนาชาวไร่ชาวสวน แต่ใช้ชื่อพรรคว่า ชาวนา
ก็อาจใช้ไปในความหมายเพื่อให้รวมถึงกสิกรทุกประเภท ฉะนั้น จะต้อง
พิจารณาว่า ผู้ใดใช้คำาว่า ชาวนา ในความหมายเฉพาะหรือใน
ความหมายอนุโลม อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจในเกษตรจะต้องรู้ความหมาย
โดยเฉพาะเป็นพื้นฐานไว้เผื่อว่า ถ้าไปสนทนากับกสิกรประเภทใด
ก็ต้องเรียกเขาให้ถูกเรื่อง เช่น เมื่อไปสนทนากับชาวไร่ที่ปลูกข้าวโพด
ก็ไม่ควรจะไปเรียกเขาว่า ชาวนาข้าวโพด อันจะเป็นการแสดงให้ชาวไร่
ข้าวโพดเห็นว่า ผู้พูดไม่รู้เรื่องแม้แต่เบื้องต้น ซึ่งทำาให้ด้อยความนิยมไป
ก. ชาวนา ตามความหมายโดยเฉพาะนั้น คือ ผู้ที่
ทำาการปลูกข้าว ส่วนผู้ที่ทำาเกลือและเลี้ยงกุ้งโดยใช้ที่ดินเป็นสวนมี
คันกั้นนำ้าคล้ายกับที่นาดำานั้น ก็ต้องมีคุณศัพท์ต่อท้ายคำาว่า นา เป็น
นาเกลือ หรือนากุ้ง ซึ่งแสดงความหมายโดยเฉพาะอีกชั้นหนึ่ง
ข. ชาวไร่ หมายถึงผู้ทำาการเพาะปลูกพืชล้มลุก
อย่างอื่นนอกจากข้าว เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่ปอ ไร่อ้อย ไร่ละหุ่ง แต่
สำาหรับการปลูกผักนั้นความจริงก็ควรเรียกว่า ไร่ผัก ซึ่งบางคนก็เรียกว่า
ไร่ผัก แต่บางคนก็เรียกว่า สวนผัก
ค. ชาวสวน หมายถึงผู้ทำาการเพาะปลูกไม้ยืนต้น
เช่น สวนมะม่วง สวนส้ม สวนยาง สวนสัก แต่ดังที่ได้กล่าวแล้วใน ข.
ว่า การปลูกผักก็มีผู้เรียกกันว่า การทำาสวนผัก ซึ่งอาจจะเนื่องจากเดิม
การปลูกผักทำากันในบริเวณบ้านซึ่งมีทั้งไม้ยืนต้นและมีทั้งผักซึ่งรวมกัน
เรียกว่า ที่สวน เช่น ที่สวนหลังบ้านอยุธยา ซึ่งพืชพันธุ์ต่าง ๆ รวมทั้ง
๑๘๖ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

