Page 180 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 180
มีความเห็นเพื่อให้ลูกลองสอบสวนดูว่า จะเป็นเช่นที่กล่าวต่อไปนี้หรือ
ไม่
(๑) สำาหรับกรรมกรนั้น ไม่มีทุนที่จะซื้อแฟลต
ดังกล่าวนี้ได้ ส่วนนายทุนที่เป็นเจ้าสมบัติผูกขาดหรือนายทุนขนาด
ใหญ่ เขาก็ย่อมมีบ้านและแฟลตอยู่ในทำาเลดีมาก่อนแล้ว เขาคงจะไม่
ซื้อแฟลตตามที่ราคากล่าวข้างต้น นอกจากเขาจะเป็นเจ้าของอาคาร
สร้างแฟลตชนิดดังกล่าวแล้ว ฉะนั้น ผู้ซื้อแฟลตตามราคาดังกล่าวแล้ว
ก็คงจะเป็นผู้มีรายได้ขนาดกลาง ในการนี้ก็อาจมีผู้มีรายได้ขนาดกลาง
ที่เป็นพนักงานของรัฐชั้นหัวหน้ากองขึ้นไปหรือชั้นหัวหน้าแผนกขึ้นไป
สุดแท้แต่ว่า เวลานี้ข้ารัฐการเหล่านั้นมีอัตราเงินเดือนในอัตราที่พอจะ
ซื้อได้อย่างไร, พวกที่ทำางานในวิสาหกิจของนายทุนซึ่งมีเงินเดือนขนาด
ข้ารัฐการดังกล่าวแล้ว พวกประกอบวิสาหกิจและการค้าขนาดกลาง
รวมทั้งผู้เป็นนายหน้าและตัวแทนค้าต่างที่มีรายได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า
ข้ารัฐการที่กล่าวแล้ว, พวกประกอบอาชีพอิสระ เช่น ทนายความ
แพทย์ ศิลปิน และนักเขียนต่าง ๆ ฯลฯ ที่มีรายได้ดังกล่าวแล้ว,
นักเกษตรกรขนาดกลาง ซึ่งปัจจุบันนี้ขายพืชผลได้ดี เพราะได้รับเงิน
อุดหนุนจากรัฐบาลและต้องการที่จะมีแฟลตอยู่ในเมือง และพวกอาชีพ
อื่น ๆ ที่มีรายได้เทียบดังกล่าวข้างต้นนี้
(๒) พวกดังกล่าวข้างต้นนั้นก็มีเงินรายได้จาก
อาชีพของเขาดังได้กล่าวมาแล้ว นั่นเป็นวิธีที่เราพิจารณารายได้ทางตรง
ของเขาที่ได้เป็นประจำาอยู่ แต่ปัญหาที่ลูกควรศึกษา ซึ่งมีสอนไว้ทั้ง
ในทางเศรษฐศาสตร์และทางกฎหมาย คือ การประหยัด โดยวิธีเอา
ประกันชีวิต วิธีนี้ไม่เคยปรากฏในระบบเศรษฐกิจศักดินา (เศรษฐกิจ
ลูกนาหรือเศรษฐกิจส่วย) แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในระบบทุน
และได้แพร่หลายอยู่ก่อนแล้วเมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ และยิ่ง
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑7๙

