Page 209 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 209
ต้องมีการคุ้มครองพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายเสียงข้างน้อยในสภามิให้ถูก
ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายเสียงข้างมากปิดกั้นมิให้แสดงความคิดเห็น มิให้
อภิปรายคัดค้านการตัดสินใจทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล นอกจากนี้
ยังจำาเป็นต้องมีการสนับสนุนเสียงข้างน้อยให้สามารถรวมตัวกันหรือ
เจรจาต่อรองกับเสียงข้างมากเพื่อนำาเสนอข้อเรียกร้องของตน มิให้ถูก
ละเลยเมินเฉยไป เช่น การอนุญาตให้ผู้แทนราษฎรสามารถลงคะแนน
เสียงโดยไม่สอดคล้องกับมติกับพรรคการเมืองได้ การเปิดโอกาส
ดังกล่าวนี้จะส่งผลให้พรรคเสียงข้างน้อยมีโอกาสที่จะต่อรองกับผู้แทน
ของพรรคเสียงข้างมากได้ ซึ่งนำาไปสู่การพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะในการ
แข่งขันในสภาได้ในที่สุด
จากทั้งหมดที่ได้กล่าวข้างต้น การแข่งขันทั้งสามระดับที่
มีความแตกต่างกัน หากแต่มีสองสิ่งที่จำาเป็นต้องยึดถือร่วมกันเป็น
หลักสำาคัญอันจะนำาไปสู่การแข่งขันทางการเมืองที่เป็นธรรม หนึ่ง คือ
กฎและกติกาที่มุ่งให้ความยุติธรรมอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
รวมไปถึงช่วยสนับสนุนให้ผู้ที่มีอำานาจน้อยกว่าไม่ถูกกวาดล้างหรือ
ปิดกั้นการเข้าถึงอำานาจจากผู้ที่มีอำานาจมากกว่า และ สอง คือ สิทธิ
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งจำาเป็นอย่างยิ่งสำาหรับการ
ตัดสินใจทางการเมืองที่ประชาชนซึ่งมีความรู้และความดีอย่างเสมอ
ภาคเท่าเทียมกันทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นกระบวนการ
ที่สำาคัญที่สุดสำาหรับการค้นหาคำาตอบอันถูกต้องชอบธรรมของปัญหา
ทางการเมืองทั้งปวง ดังนั้นแล้ว หากสองสิ่งนี้ได้รับการรับประกัน
สำาหรับการดำารงอยู่และสามารถปฏิบัติใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อนั้นแล้ว สังคมย่อมก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ใน
ท้ายที่สุด
๒๐๘ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

