Page 204 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 204
เปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ
เข้าไปแย่งชิงอำานาจรัฐโดยตรง หากแต่ต้องการเพียงแค่การพยายาม
โน้มน้าวชักจูงให้ผู้อื่นยอมรับความคิดทางการเมืองของตน อันเป็น
รากฐานที่นำาไปสู่การสนับสนุนอุดมการณ์ทางการเมือง ผู้แทนราษฎร
หรือพรรคการเมืองเดียวกันในลำาดับต่อไป และประการที่สอง คือ การ
แข่งขันลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยผู้ที่ต้องการเป็นผู้แทนราษฎรนั้นต้อง
สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง และทำาการประกาศโฆษณาหาเสียงเพื่อ
โน้มน้าวใจให้ผู้อื่นลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กับตน
ระบอบประชาธิปไตยนั้นตั้งอยู่บนรากฐานของความคิด
ที่ว่าผู้ปกครองที่มีความดีกับความรู้สูงสุดนั้นเป็นเพียงภาพในความ
ฝัน ไม่เคยเกิดขึ้นมาจริง ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมารองรับได้ว่าใน
บรรดามนุษย์ด้วยกันจะมีใครที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น ในขณะหนึ่งอาจ
เป็นไปได้ว่าจะมีคนคนหนึ่งที่มีความรู้สูงสุด แต่เนื่องจากมนุษย์ก็มี
การเปลี่ยนแปลง หากมีใครคนหนึ่งที่มีความรู้สูงสุดในเวลานี้ ก็ไม่แน่
ว่าเขาจะยังมีความรู้สูงสุดในเวลาต่อมาหรือเปล่า (โสรัจจ์ หงศ์ลดา
รมภ์, ๒๕๖๐) ดังนั้นแล้ว การแข่งขันทางการเมืองระหว่างประชาชน
ด้วยกัน ทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองและการโฆษณา
หาเสียงรับเลือกตั้ง จำาเป็นต้องมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนพลเมืองทุกคนได้รับการยอมรับว่าเป็น
ผู้ทรงซึ่งความรู้และความดีอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน จึงไม่มีผู้ใด
ที่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าตนเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงเหนือกว่าผู้อื่น เช่นนั้น
การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เป็นไปอย่างอิสระเสรี ที่มีการ
แลกเปลี่ยนความคิด มีความอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง
มีการรับฟังความคิดเห็นของเสียงส่วนน้อยในสังคม โดยปราศจากการ
ขัดขวางหรือปิดกั้น ย่อมจะนำาไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองที่ถูกต้อง
ชอบธรรม และได้รับการยอมรับจากประชาชนในท้ายที่สุด
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๒๐๓

