Page 58 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 58
ส่วนนางสาวง้วยมิได้แต่งงาน พี่น้องจึงตกลงให้เป็นผู้รับ
มฤดกที่บ้านร่วมกับนายเสียง และดำาเนินวิสาหกิจของบิดามารดาต่อไป
ผู้ที่แต่งงานแยกครอบครัวแล้วนั้น ต่างก็ทำามาหากินตาม
กำาลังทุนที่ได้รับแบ่งจากบิดามารดา บางคนก็พัฒนาทุนต่อไปได้ บาง
คนทำามาค้าขายไม่ขึ้นจึงทรุดโทรมลงยิ่งกว่าบิดามารดา บางคนรำ่ารวย
อยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วทรุดโทรม ส่วนกิจการที่นายเกิดนางคุ้มเคยทำาอยู่
นั้นบุตรไม่สามารถที่จะพัฒนาหรือรักษาไว้ให้คงที่ได้ คือ มีแต่
ทรุดโทรมลงตามลำาดับเพราะมีผู้อื่นทำาการแข่งขันมากขึ้น และบริเวณ
ใกล้วัดพนมยงค์หมดสภาพเป็นย่านตลาด เพราะคลองเมืองตื้นเขิน
ยิ่งขึ้น ต่อมารัฐบาลได้จัดตั้งศาลารัฐบาลมณฑลขึ้นที่วังจันทรเกษมและ
ศูนย์การปกครองขึ้นในบริเวณนั้น อีกทั้งได้มีตลาดใหม่ขึ้นที่หัวรอ และ
โรงบ่อนเบี้ยได้ย้ายจากที่ตั้งเดิมข้างวัดพนมยงค์ ไปอยู่ที่ตลาดหัวรอ
จึงทำาให้บริเวณใกล้วัดพนมยงค์หมดสภาพเป็นย่านตลาดอีกต่อไป
การทำามาหากินของผู้ที่ยังอยู่บ้านเดิมนั้นจึงฝืดเคืองยิ่งขึ้นเป็นลำาดับ
-๓-
นายเสียงเกิดเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๐๙ ได้
ศึกษาภาษาไทยกับภาษาบาลีที่วัดศาลาปูน ได้แต่งโคลงฉันท์กาพย์
กลอนสั้น ๆ ไว้หลายเรื่อง ได้ฝึกฝนทางดนตรีมีฝีมือพิเศษทางซออู้และ
ซอด้วงและหีบเพลง
เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ
จำาพรรษาอยู่ ณ วัดพนมยงค์ ๓ พรรษา
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๕7

