Page 55 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 55
เงินนั้นให้ผู้อื่นกู้ยืม ฐานะของนายก๊กจึงเปลี่ยนจากผู้มีทุนน้อยมาเป็น
นายทุนขนาดกลางของหัวเมืองนั้น
เมื่อนายก๊กมีฐานะเป็นนายทุนขนาดกลางแล้ว ได้แต่งงาน
กับ ปิ่น บุตรีนายเกริ่น โดยมีสินสอดทองหมั้นและเงินกองทุน และใช้
แพของนายก๊กเป็นแพหอ ดังนั้น นายก๊กจึงได้ย้ายแพจากที่เดิมมาจอด
ที่หน้าบ้านของนายเกริ่น ตรงข้ามวัดพนมยงค์
นายก๊กนางปิ่นได้ร่วมกันขยายการค้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายเคยทำา
มาแต่ก่อน ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือ มีการทำาขนมแบบจีนและแบบไทย
อีกทั้งปรุงแต่งขนมขึ้นใหม่อีกหลายอย่าง
นายก๊กได้ปรับปรุงตนเองให้เหมาะสมแก่ความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของครอบครัวนางปิ่น โดยสงวนความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม
จีนที่ไม่ขัดต่อความเป็นอยู่และวัฒนธรรมไทย นายก๊กได้มีจิตศรัทธา
นับถือพุทธศาสนาตามแบบไทย เป็นอุปัฏฐากวัดพนมยงค์ นอกจาก
บำาเพ็ญกุศลตามเทศกาลไทยแล้ว นายก๊กยังคงทำาพิธีกรรมระลึกถึงคุณ
บุพการีในเทศกาลตรุษและสารทจีน
แม้นายก๊กนางปิ่นจะมีทาษไว้ใช้แรงงานตามสภาพของ
ผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ในสมัยนั้นก็ดี แต่เนื่องจากเป็นผู้เลื่อมใสใน
พุทธศาสนา จึงได้ปลดปล่อยทาษชายให้เป็นไทหลายคนโดยทำาการ
อุปสมบททาษเหล่านั้นเป็นพระภิกษุ วิธีการปลดปล่อยทาษเช่นนั้น
ได้สืบทอดต่อมาจนถึงบุตรหลานของนายก๊กนางปิ่นในสมัยที่ระบบทาษ
ยังคงมีอยู่
นายก๊กได้ถึงแก่กรรมในวัยชรา นางปิ่นจึงได้จัดการฌาปนกิจ
ศพนายก๊กตามประเพณีไทย แล้วได้ส่งอัฐิและอังคารมาบรรจุไว้ใน
สุสานใกล้บ้านของนายก๊ก ต่อมาอีกไม่นานนางปิ่นก็ถึงแก่กรรม
นายก๊กนางปิ่นมีบุตรชาย ๒ คน คือ นายเกิดกับนายตั้ว
๕๔ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

