Page 71 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 71

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ดิฉันกลับเมืองไทยได้แต่งงานกับนาย
            จำากัด พลางกูร และได้ตั้ง ร.ร. ดรุโณทยานขึ้น ใน พ.ศ. ๒๔๘๔ เมือง

            ไทยถูกรุกราน จำากัดคิดมาก จะหาทางออกไปจากเมืองไทยท่าเดียว
            ได้ไปปรึกษาและชักชวนเพื่อนฝูง  และใครต่อใครหลายคนแต่ก็ไม่
            ได้ผล ไม่มีใครอยากไปเสี่ยงตายด้วย จำากัดเคยรู้จักท่านปรีดีครั้งที่
            ท่านไปประเทศอังกฤษ และทราบดีว่า ท่านปรีดีต้องไม่พอใจสภาพ

            บ้านเมืองไทยในขณะนั้นแน่นอน จึงลองไปกราบท่าน ฟังความเห็น
            ของท่าน ก็ได้เรื่องสมใจ หลังจากนั้นจำากัดก็ไปหาท่านปรีดีแทบทุกวัน
            เมื่อกลับมาเล่าให้ดิฉันฟัง ดิฉันตื่นเต้นมาก คิดว่าโอกาสที่จะได้พบ

            ท่านปรีดีใกล้เข้ามามากแล้ว และก็เป็นความจริง ไม่นานหลังจากนี้
            ท่านปรีดีให้จำากัดพาดิฉันไปรับประทานอาหารกับท่านและครอบครัว
            ดิฉันทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ ไม่ทราบว่าจะไปพูดอะไรกับท่าน แต่ยัง
            เบาใจหน่อยที่ดิฉันเคยพบปะสนทนากับคุณพูนศุขมาแล้ว  ฉะนั้น

            ก็เห็นว่า จะไม่กระไรนัก
                     ท่านปรีดีต้อนรับดิฉันอย่างเป็นกันเอง  ท่าทางท่านใจดี
            เปิดเผย และยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ทำาให้ความประหวั่นพรั่นพรึง

            ของดิฉันหายเป็นปลิดทิ้ง และพูดคุยกับท่านได้อย่างสบายอกสบายใจ
            ท่านเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ม.จ.สกลวรรณากร (ผู้หนึ่งในคณะกรรมการ ก.พ.)
            ได้มาเล่าให้ท่านฟังว่า  จำากัดมาชอบพอดิฉัน  แต่ถูก  Mr.Cardew
            ผู้ปกครองคอย “กันท่า” ตลอดเวลา ท่านสงสัยในคำาว่า “กันท่า” นี้

            คงไม่ได้หมายความว่า Mr.Cardew จะ “กันท่า” เอาไว้เสียเองนะ ดิฉัน
            ถึงกับต้องหัวเราะและกราบเรียนท่านว่า  Mr.Cardew  ท่านดูแล
            พวกเราทุกคนราวกับเป็นลูกของท่านเอง จึงคอยกันท่าเพื่อมิให้มีเรื่อง

            ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น ดิฉันนึกแปลกใจว่า ทำาไมท่านสกลฯ จึงมาสนใจกับ
            เด็ก ๆ อย่างเราถึงเพียงนั้น แต่นึกไปอีกทีอาจเป็นเพราะว่า จำากัดเป็น



            7๐     ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓
   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76