Page 74 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 74
สมัยนั้น รัฐบาลออกธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งคนไม่
นิยมเลย หลายคนไม่ศรัทธาได้เอามาขายกันเป็นแถว ๆ ธนาคารเอเชีย
ในราคาใบละ ๕๐๐ บาทเท่านั้น โดยยอมขาดทุน ๕๐๐ บาท เพราะ
คิดว่าดีกว่าที่จะสูญเสียเปล่า ท่านปรีดีทราบเรื่องนี้ จึงให้ดิฉันไปดูบัญชี
ของท่านที่ธนาคารเอเชีย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ฝากไว้
เป็นเงินเดือนของท่าน แต่ท่านไม่เคยเบิกมาใช้เลย ว่าเป็นเงินจำานวน
เท่าไรแล้ว ท่านจะเซ็นยกเงินทั้งหมดให้ดิฉัน เพื่อให้ดิฉันจะได้ไปซื้อ
ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท ในราคา ๕๐๐ บาทมาเก็บไว้ แล้วภายใน
เดือนนั้น ๆ จะได้กำาไรเท่าตัว ดิฉันถามว่า ทำาไมท่านไม่ซื้อเอาไว้
เสียเอง ท่านว่า ท่านทำาอย่างนั้นไม่ได้ ท่านต้องเชื่อมั่นในรัฐบาลที่ท่าน
สนับสนุนอยู่ (ทั้ง ๆ ที่ท่านก็ไม่เห็นด้วยเลยมาแต่ต้น) ดิฉันกราบเรียน
ท่านว่า ดิฉันอยู่กับท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย และเงินเดือนจาก
ธนาคารก็ได้มากอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าจะเอาเงินไปทำาอะไร เอาไว้ให้ดิฉัน
เดือดร้อนเรื่องเงินจึงจะกราบขอรบกวนท่านเอง ท่านยิ้มและบอกว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณ” พอถึงกำาหนดเวลาที่ท่านบอก พวกคนที่ซื้อ
ธนบัตรราคาเพียงใบละ ๕๐๐ บาทก็ได้กำาไรเท่าตัวจริง ๆ
ขณะที่ทำางานที่ธนาคารเอเชีย ดิฉันต้องรับผิดชอบเก็บ
กุญแจเซฟไว้ลูกหนึ่งด้วย คือ เก็บกัน ๓ คน ผู้จัดการ สมุห์บัญชี และ
ดิฉัน ต้องไขพร้อมกันทั้ง ๓ ลูก เซฟจึงจะเปิดได้ สมัยนั้นผู้จัดการ คือ
คุณหลวงประเจิดอักษรลักษณ์ และต่อมา คือ ปพาฬ บุญ-หลง
วันหนึ่งเป็นวันอาทิตย์ ดิฉันรู้สึกว่าได้ทำากุญแจเซฟหายไป รีบไป
กราบเรียนท่านปรีดี ท่านตกใจ แต่ก็ไม่ได้ตำาหนิอะไรดิฉันเลย ท่าน
สงสารดิฉัน และพูดในทำานองว่า จิตใจของดิฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
คงเกี่ยวกับการที่จำากัดจากไป! แท้ที่จริงแล้ว ดิฉันเป็นคนขี้หลงขี้ลืมใน
สันดานเองต่างหาก!
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ 7๓

