Page 42 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 42
ที่ว่าการส่วนตัวกับการเมืองแยกออกจากกันนี้ เท่าที่ตัวเองสังเกต
และเข้าใจ คือไม่อยากให้ครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของสามี
สมัยที่คุณพ่อยังมีตำาแหน่งหน้าที่ คุณแม่ไม่เคยจะต้องเข้าไปยุ่ง เช่นไปรับ
เงินหรือทำาอะไรใต้โต๊ะอย่างนั้น แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไม่ใช่เรื่อง
การเมืองสำาหรับคนใดคนหนึ่งแล้ว แต่เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องร่วมด้วย
ฉะนั้น คุณแม่ก็มีส่วนร่วมอยู่ด้วย คือรับรู้ ส่งข่าวในการติดต่อ ลอบปรึกษา
คนโน้นคนนี้ ที่พูดถึงแยกการเมืองกับการบ้านมันเป็นอย่างนี้ แต่ตอน
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว การเมืองได้เข้ามามีส่วนพัวพันกับครอบครัว
อย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ทำาร้ายข้าราชการทางด้านการเมืองเท่านั้น
แต่ครอบครัว ภรรยา ลูกๆ ก็ถูกทำาร้ายไปด้วยหลีกไม่พ้น
สมัยที่อยู่ด้วยกัน คุณพ่อได้ถ่ายทอดความคิดทางด้านสังคมนิยม
หรืออะไรให้ครอบครัวบ้างไหม
คุณพ่อเป็นพ่อที่ให้กำาเนิดเรา พร้อมกันนั้นก็เหมือนกับเป็นครู
ของพวกเรา ลักษณะนี้ คุณพ่อมีต่อคุณแม่ด้วยเหมือนกัน อย่างเช่นที่ทำา
โรงพิมพ์แล้วให้แม่เป็นผู้รับคำาบอก ก็เป็นวิธีให้ความรู้วิธีหนึ่ง อย่างชีวิตใน
บ้าน เห็นได้เลยว่าไม่ใช่จะเรียกมาสอนโดยตรง แต่ว่าเป็นการคุยแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นธรรมดา นั่นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ให้ความคิดทางด้านการเมือง
หรือแม้กระทั่งการสนทนาในโต๊ะอาหาร ก็ให้ความคิดทางการเมืองด้วย
ยกตัวอย่างง่ายๆ การรับคำาบอกจะต้องเข้าใจในสิ่งที่ท่านอธิบายด้วย เช่น
ท่านเขียนตำาราทางสังคมศาสตร์ ก็ไม่เพียงเขียน ต้องสรุปให้ฟังด้วย คน
หนึ่งเขียนก็ให้อีกคนหนึ่งอ่าน นั่งฟังด้วยกันว่าข้อความที่เขียนคืออะไร นี่
คือสมัยตั้งแต่ตอนที่อยู่เมืองจีนใช้วิธีการนี้
40 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๒

