Page 219 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 219
มีการโฆษณานโยบายมากมาย มีการทุ่มงบจัดเวทีสร้างความเชื่อมั่น
อย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลก็ย่อมจะต้อง
มีพรรคฝ่ายค้านเกิดขึ้นเพื่อเข้ามาทำาหน้าที่ตรวจสอบ คัดค้าน หรือ
อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อเห็นว่ารัฐบาลกระทำาไม่ถูกต้อง ทุกช่วง
เวลาของการดำาเนินการทางการเมืองจึงจำาเป็นต้องเปิดโอกาสให้มีการ
แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม สุจริต และโปร่งใสมากที่สุด ฝ่ายรัฐบาลซึ่ง
กุมอำานาจนำาจะต้องมิเอื้อผลประโยชน์ต่อชัยชนะทางการเมืองของตน
ด้วยการเอารัดเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นโดยไม่ชอบธรรม
ว่าด้วยการแข่งขันทางการเมืองที่เป็นธรรมสิ่งสำาคัญลำาดับ
แรก ๆ ที่รัฐบาลมิควรละเลยนั่นคือการกำาหนดและรักษาไว้ซึ่งกฎ
กติกา ที่รับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน
สื่อมวลชน และพรรคการเมืองต่าง ๆ เนื่องด้วยสิทธิเสรีภาพในการ
แสดงความคิดเห็นนั้นจะส่งผลให้เกิดการกำากับและตรวจสอบการ
บริหารของรัฐบาลตามมา การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเสมือนเครื่องมือ
กระตุ้นเตือนให้รัฐบาลตื่นตระหนักว่าประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของอำานาจ
อธิปไตยโดยแท้จริงกำาลังเฝ้ามองอยู่ และหากรัฐบาลบริหารกิจการบ้าน
เมืองอย่างไร้ประสิทธิภาพ ทุจริต ขาดความชอบธรรม การแสดงความ
คิดเห็นของประชาชนก็สามารถที่จะกดดันหรือเรียกร้องให้ผู้นำารัฐบาล
ลาออกหรือยุบสภาได้ เพื่อเปิดทางให้นักการเมืองหรือพรรคการเมือง
อื่นสามารถก้าวเข้ามาทำาหน้าที่บริหารประเทศแทน และผลบั้นปลาย
ที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือความสมบูรณ์ของประชาธิปไตยนั่นเอง
อย่างไรก็ตามหากกฎ กติกา ในเรื่องดังกล่าวกำาหนด
ขอบเขตของเสรีภาพไว้อย่างคลุมเครือหรือเอื้อให้เกิดช่องโหว่ทาง
กฎหมายในการตีความเอาผิด ผลลัพธ์ที่ตามมาก็น่าเป็นกังวลอยู่
ไม่น้อยว่าจะทำาลายการแข่งขันทางการเมืองให้เกิดความไม่เป็นธรรม
๒๑๘ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

