Page 215 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 215
ประจักษ์ ก้องกีรติ (๒๕๕๘, น. ๕๒) นักรัฐศาสตร์ไทย
ท่านหนึ่ง ได้นำาเสนอแนวคิดของ ชาร์ ทิลลี (Charles Tilly) ซึ่งโยง
กระบวนการพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยกับการทำางานของเสียงไว้อย่าง
น่าสนใจว่า สังคมใดก็ตามจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เมื่อ หนึ่ง เสียง
ของประชาชนในขอบข่ายที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ มีโอกาสถูกเปล่งให้คนอื่น
ได้ยิน สอง เสียงที่ถูกส่งออกมามีนำ้าหนักเท่าเทียมกันมากขึ้น สาม
พฤติกรรมของผู้ปกครองหรือผู้มีอำานาจถูกผู้มัดให้ต้องฟังเสียงของ
ประชาชนมากขึ้น และสุดท้าย การส่งเสียงของประชาชนได้รับการ
คุ้มครองโดยกฎหมายว่าจะไม่ถูกปิดกั้นหรือพรากไปโดยอำาเภอใจโดย
ผู้มีอำานาจและเจ้าหน้าที่รัฐ เขายังได้สรุปข้อเสนอข้างต้นด้วยคำา ๔ คำา
ต่อไปอีกว่า ถ้าเสียงของคนธรรมดาสามัญกว้างขึ้น เท่าเทียมกันมากขึ้น
ผูกพันมากขึ้น และได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น (growing breadth,
equality, binding and protection) เมื่อนั้นประชาธิปไตยก็มีสุขภาพ
ที่แข็งแรง ในทางตรงกันข้ามถ้าเสียงทำางานถดถอยลงในทั้ง ๔ มิติ
เมื่อนั้นเราก็พึงตระหนักว่า สังคมกำาลังเข้าสู่กระบวนการเดินออกจาก
ประชาธิปไตย (de-democratization)
ความสัมพันธ์และผลกระทบของกฎ กติกา
ต่อสิทธิเสร ีภาพในการแสดงความคิดเห็น
จากข้อเสนอของ ชาร์ ทิลลี ชี้ให้เห็นว่าเสรีภาพในการแสดง
ความคิดเห็นมีสำาคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยให้
สมบูรณ์แข็งแรง กระนั้นเสรีภาพดังกล่าวก็ยังจำาเป็นจะต้องมีข้อจำากัด
หรือขอบเขตอันเป็นที่ยอมรับกันในสังคม โดยข้อจำากัดเหล่านั้นจะต้อง
ทำาให้เกิดเสรีภาพมากยิ่งขึ้น ในลักษณะ “ข้อจำากัดของเสรีภาพทำาให้
๒๑๔ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

